จัดการร้านพระ
หน้าแรก | กฏระเบียบ | ร้านพระทั้งหมด | สมัครเปิดร้านค้า | ติดต่อเวป
ชื่อสินค้า : เหรียญหล่อรัตนจักรเนื้อเงิน หลวงปู่ชื้น วัดญาณเสน ตอกโค๊ดกำกับ สร้างปี 2534(พระเครื่องราชพัฒน์)
ราคา/สถานะ :
ข้อมูลทั่วไป : ประวัติหลวงปู่ชื้น พุทธสโร วัดญาณเสน จ.อยุธยา [No. 0] เมื่อ ก่อนปี พ.ศ. 2500 ที่วัดญาณเสน ต. ท่าวาสุกรี อ.พระนครศรีอยุธยา จ.พระนครศรีอยุธยา มีพระอาจารย์ผู้เรืองวิชารูปหนึ่ง ชื่อ หลวงพ่อชื้น พุทธสโร ช่วยเหลือชาวบ้าน รักษาโรคภัยไข้เจ็บ ด้วยน้ำพระพุทธมนต์ มีชื่อเสียงมากในทางแก้คุณไสย ป้องกันภูตผีปีศาจ ถูกกระทำ โรคกรรมเก่า โรคจิตวิปริต จิตฟุ้งซ่าน คลอดลูกไม่ออก พ่นตาแดง รักษาฝี ฯลฯ เมื่อ หลวงพ่อชื้นเสกน้ำมนต์ ให้ดื่มกินก็ปรากฏว่าหายวัน หายคืน เป็นไปอย่างน่าประหลาด เหล่าภูตผี เจ้าที่หรือวิญญาณที่มีสิงสู่ในตัวตน เมื่อรู้ว่ามีผู้นำน้ำพุทธมนต์เสกของ หลวงพ่อชื้น มา ก็รีบหนีไปผุดไปเกิดทันที จนเป็นที่เลื่องลือกันไปทั่วตลาดหัวรอ ตลาดเจ้าพรหม ผู้ทีชอบทางค้าขายหลวงพ่อก็จะเสกธะนางกวักเรียกคนเข้าร้านให้ ผู้ที่ชอบทางโลดโผน ผจญภัย เป็นรั้วของชาติ ท่านก็สร้างตะกรุดโทนแจกให้ เล่นแร่แปรธาตุ ใน สมัยนั้นบรรดาเกจิอาจารย์นิยมเล่นแร่แปรธาตุ โดยนำโลหะต่างชนิดกันมาผสมกัน เพื่อให้เป็นทองคำให้เป็นแร่ธาตุกายสิทธิ์ผสมโลหะ 5 อย่าง 7 อย่าง 9 อย่าง ออกมาเป็นสัตตโลหะ นวโลหะ อย่างเช่น หอกของหลายชุมพล ปลายหอกทำด้วยสัตตโลหะ ใครที่ว่าเหนียว เมื่อเจอโลหะผสมก็เปื่อยเป็นเนื้อต้มทีเดียว หลวงพ่อชื้น ท่านก็ลองวิชาของท่านเหมือนกัน นำโลหะมาผสมได้เนื้อเหลืองทางทองคำก็มี เนื้อเหลือบใสแดงขาวก็มี ท่านเรียกโลหะของท่านว่า เนื้อลูกแก้ว ท่านผสมไว้มากมายใต้ถุนกุฏิ เมื่อใครมาขอท่านก็หลอมเป็นลูกอมเล็ก ๆ ให้พกติดตัว ผู้ที่ได้ไปก็แคล้วคลาดภัยอันตรายต่าง ๆ ถ้าวันใดว่าง ๆ ท่านก็จะให้ศิษย์ไปหาตะปูสังฆวานรตามเจดีย์ร้างเก่า ๆ มาหลอมรีดเป็นตะกรุด ผู้ได้ไปก็มีความคงกระพันชาตรี มหาอุด หยุดลูกปืน จนท่านทำให้แทบไม่หวาดไหว พระธุดงค์มาสอนธรรมะเพื่อความหลุดพ้น ต้น ปี พ.ศ. 2500 มีพระธุดงค์รูปหนึ่งได้ธุดงค์ผ่านมาที่วัดญาณเสน พบกับ หลวงพ่อชื้นเข้าโดยบังเอิญ ท่านอาจารย์ทั้งสองเกิดถูกอัธยาศัยกัน จึงได้สนทนาธรรมกับผู้ศึกษาธรรมย่อมรู้ญาณซึ่งกันและกัน เพียงสนทนากันไม่กี่ประโยคก็ทราบได้ว่ามีความรู้เพียงใด บำเพ็ญเพียร มามากเพียงใด อาจารย์ต้องการศิษย์….ศิษย์ต้องการอาจารย์ พระ ธุดงค์เปรยขึ้นมาว่า ที่ท่านชื้นได้ร่ำเรียนวิชามานั้น ยังยึดมั่นถือมั่นอยู่ในวัตถุ ต้องปล่อยปละละวาง ละความโลภ โกรธ หลง ทั้งปวง พร้อมทั้งแนะนำธรรมะ และข้อปฏิบัติเพื่อความหลุดพ้นอีกหลายข้อ ตามแนวทางของพระพุทธองค์หลวงพ่อชื้น จึงได้กราบขอเป็นศิษย์ พระธุดงค์รูปนั้นก็มิได้ปฏิเสธ และพูดว่า “นับเป็นกุศลของอาตมาที่จะได้ช่วยให้ผู้มีบุญวาสนาอยู่แล้วได้สำเร็จมรรคผล” นับแต่วันนั้นมาพระภิกษุทั้ง 2 รูป ก็ได้ทบทวนศีล 227 ข้อ พระธรรมวินัยต่าง ๆ ภายในพระอุโบสถ ครั้นยามค่ำคืนก็พากันนั่งสมาธิอยู่โคนต้นโพธิ์ ภายในวัดญาณเสน โดยที่หลวงพ่อชื้นจะภาวนาพระคาถาต่าง ๆ ไปด้วย และลงท้ายด้วยภาวนา นัตถิเม มีพระธุดงค์รูปนั้น ได้นั่งสมาธิคุมไปด้วย ความสำเร็จ จน กระทั่งเวลาได้ผ่านไป 2 เดือน กับอีก 27 วัน หลวงพ่อชื้น ท่านก็ยังไม่ได้อะไร เพียงแต่ว่าจิตใจสบายและสงบขึ้น และในคืนวันที่ 27 นั้นตอนใกล้รุ่งที่โคนต้นโพธิ์ หลวงพ่อชื้น ท่านได้ยินเสียงเหมือนคนหว่านทรายมารอบ ๆ ตัวท่าน จึงลืมตาถาม พระธุดงค์ พี่เลี้ยงว่า “นั่นเสียงอะไร” พระธุดงค์ จึงตอบว่า “ผีประจำต้นโพธิ์มันจะเข้าต้นไม้ มันไล่ท่านแล้ว” คืนต่อมาหลวงพ่อชื้น จึงขอเข้ามานั่งสมาธิอยู่ในโบสถ์ จะได้ไม่ไปรบกวนเจ้าที่เจ้าทาง หลังจากนั่งในพระอุโบสถคืนที่ 3 ใกล้รุ่ง หลวงพ่อชื้น ก็นิมิตเห็น องค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้านั่งสมาธิลอยมา ถึง 3 พระองค์ และพระธรรมจักร เปล่งรัศมีโชติช่วง หมุนอยู่ระหว่างกลาง องค์พระทั้ง 3 พระองค์ เมื่อหลวงพ่อชื้นถอนสมาธิก็บังเกิดความสว่างขึ้นภายในดวงใจ เต็มไปด้วยความปิติ จะนึกสิ่งใดต้องการรู้สิ่งใดก็มีคำตอบขึ้นมาเสร็จ ท่านจึงได้เล่านิมิตให้พระธุดงค์ฟัง พระธุดงค์รูปนั้นท่านก็บอก ว่า “อาตมาหมดหน้าที่แล้ว อาตมาจะกลับไปที่บ้านเกิดของอาตมา ไปจำพรรษาอยู่ที่วัดโบสถ์ อำเภอสูงเนิน จังหวัดนครราชสีมา” พระอาจารย์มรณภาพ หลัง จากวันนั้นแล้วพระธุดงค์องค์นั้นก็ธุดงค์กลับ แม้หลวงพ่อชื้นจะอ้อนวอนให้อยู่ต่อ เพื่อจะได้สนองคุณดูแลเมื่อยามแก่เฒ่า หลวงพ่อชื้น เล่าว่า พระธุดงค์องค์นี้ ชื่อ หลวงพ่อเสน เตชะธัมโม เป็นชาวโคราช อำเภอสูงเนิน มาอยู่กรุงเทพฯ ตั้งแต่เล็ก ๆ กับพระยาท่านหนึ่ง ต่อมาได้อุปสมบทที่วัดบรมนิวาส ได้เล่าเรียนพระปริยัตธรรม วิปัสสนากรรมฐานอยู่กับ พระอุบาลีคุณูปมาจารย์ (จันทร์ สิริจันโท) จนกระทั่งมีความคงแก่เรียน จึงได้ออกรุกขมูลธุดงค์หาความวิเวกไปตามสถานที่ต่าง ๆ จนกระทั่งบำเพ็ญเพียรถึงขั้นสูงสุดหลวงพ่อชื้น เล่าว่า ท่านได้ส่งกระแสจิตถึงกันอยู่เสมอ เพียงแต่นึกถึงกัน ก็สนทนากันได้แล้ว และหลังจากนั้นอีก 5 ปี พระอาจารย์เสน เตชะธัมโม ก็มรณภาพ ในท่านั่งสมาธิอยู่บนภูเขาแห่งหนึ่ง ในอำเภอสูงเนิน เมื่อหลวงพ่อชื้นทราบข่าว ก็ขึ้นไปทันที กว่าจะหาศพพบ ก็เป็นเวลา 7 วัน ปรากฏว่านั่งมรณภาพในขณะสมาธบำเพ็ญเพียรอยู่ในซอกหิน ศพไม่เน่าเปื่อยเหมือนคนหลับธรรมดา สัตว์ป่า หรือ มด แมลง ก็มิได้มาไต่ตอมหลวงพ่อชื้น ท่านก็ได้ช่วยทำการฌาปนกิจอย่างสมเกียรติ แล้วจึงเดินทางกลับ หลวงปู่ดู่ พรหมปัญโญ วัดสะแก จ.อยุธยา ยังบอกว่า "ถ้าข้าไม่อยู่แล้ว ให้ไปกราบพี่ชื้น วัดญาณเสน" หลวงพ่อคูณ ปริสุทโธ วัดบ้านไร่ จ.นครราชสีมา ยังได้บอกศิษย์ว่า ให้ไปทำบุญกับหลวงปู่ชื้น จ.อยุธยา หลวงปู่พรหมา เขมจาโร ยังให้ลูกศิษย์ที่เป็นฤาษี มาเก็บพระหลวงปู่ชื้น หลวงปู่แหวน วัดดอกแม่ปั๋ง จ.เชียงใหม่ ยังเคยเอ็ดเอากับชาวอยุธยาว่า "ใกล้เกลือกินด่าง" หมายความว่า ชาวอยุธยาผู้นั้นเดินผ่านวัดหลวงปู่ชื้นกลับไม่รู้ว่ามีเพชรแท้อยู่หน้าบ้าน ตัวเอง แต่กลับไปกราบหลวงปู่แหวน ซึ่งห่างไปตั้งหลายร้อยกิโล ผมเคยถามท่านด้วยตัวเองว่า พระของหลวงปู่กันนิวเคลียร์ได้ใช่ไหมครับ (เคยได้ยินมาก่อนหน้านี้) ท่านตอบว่า "ได้" และบอกอีกว่า นิวเคลียร์เป็นพลังทางโลกจะสู้พลังทางธรรมไม่ได้! คำอาราธนาพระเครื่อง ให้อาราธนาว่าดังนี้ ข้าพเจ้าขอพระบารมีคุณ พระพุทโธ พระธัมโม พระสังโฆ เป็นที่พึ่ง......... หรือ พุทธัง ฤทธิ ธัมมัง ฤทธิ สังฆัง ฤทธิ ชัยยะมังคะลัง เอหิ พุทธัง เอหิ ธัมมัง เอหิ สังฆัง เอหิ จิตตัง มะมะ เอหิ ให้ท่านอาราธนาทุกเช้าค่ำแล้วท่านจะสำเร็จตามความปรารถนาตามที่ท่านอธิษฐานผู้เขียนรู้จักหลวงปู่ชื้นเมื่อ ประมาณ 6-7 ปีก่อน ตอนนั้นอายุยังไม่ถึง 20 ปี เป็นพวกชอบตามล่าหาเกจิอาจารย์ ให้ท่านเป่าหัวบ้าง จารแผ่นจารบ้างสุดแท้แต่ท่านจะเห็นควร ใครว่าองค์ไหนเก่ง องค์ไหนดีก็ตามไปกราบ ตามไปขอของดีพวกวัตถุมงคลต่าง ๆ เจอองค์ไหนดุหน่อยก็โดนเอ็ด โดนว่ากัน แต่ก็ยังไม่เคยเข็ด ที่ผู้เขียนได้รู้จักหลวงปู่มาจากพระอาจารย์ท่านหนึ่งท่านเป็นพระของวัดป่า สายของหลวงปู่ชา สุภัทโท ท่านพาไปกราบ ท่านบอกว่าองค์นี้เก่ง เราก็ไม่รู้ว่าเก่งยังไง แบบไหน ไม่เห็นดังเลย คือไม่เคยได้ยินชื่อหลวงปู่ชื้นเลยตอนนั้นพระอาจารย์ก็บอกว่าองค์นี้ดัง เงียบ (ไม่เปิดตัว) เราก็ตกลงไปกราบท่าน แค่บอกว่าท่านเก่งก็ไปแล้ว เข้ากราบหลวงปู่ชื้นครั้ง แรกก็เห็นท่านเป็นพระชรารูปหนึ่ง ขอท่านเป่าหัวท่านก็ทำให้ ขอท่านจารแผ่นทองท่านก็ทำให้ ขอท่านเสกท่านเป่าท่านก็ทำให้ ตอนนั้นก็ยังเฉย ๆ อยู่ เพราะยังไม่เข้าใจอะไรมากนัก มาคิดได้ตอนหลังว่าถ้าไม่ใช่เพราะท่านเมตตามากแล้ว ท่านคงไม่หอบสังขารอันชราภาพมากแล้วมาทำให้ไอ้พวกเด็ก ๆ พวกนี้หรอก ทำให้ก้แทบจะไม่ได้อะไรเลย นับเป็นครั้งแรกที่เจอหลวงปู่ พอผู้เขียนเริ่มเรียนมหาวิทยาลัยก็ได้มีโอกาสไปกราบหลวงปู่ชื้นบ่อยขึ้น เพราะต้องขับรถผ่านอยุธยาบ่อยประกอบกับเป็นคำสั่งของครูบาอาจารย์ให้ไปกราบหลวงปู่กอง วัดสระมณฑล ให้ไปทำบุญกับปลวงปู่กองให้มาก เลยได้มีโอกาสไปกราบหลวงปู่ชื้นด้วย เพราะวัดอยู่ใกล้กัน ช่วงนั้นหลวงปู่ชื้นเริ่ม อาพาธเข้ากราบท่านแต่ละครั้งต้องพูดเสียงดัง ๆ และย้ำให้ท่านจำได้ เพราะความจำท่านหลงลืม เหมือนคนแก่ทั่ว ๆ ไป ทำให้ผู้เขียนเกิดความสงสัยว่าทำไม ท่านเป็นพระผู้ปฏิบัติดี ปฏิบัติชอบแล้ว มีอภิญญา มีความสามารถมาก ทำไมเกิดหลงลืมได้ สุดท้ายก็ต้องกลับไปถามครูบาอาจารย์ ท่านก็เมตตาเฉลยให้ฟังว่า เวลาเราไปกราบพระเถระบางรูป ท่านทำท่าเหมือนคนบ้า ๆ บอ ๆ ไม่เต็มบาท หรือเลอะเลือนไป พูดจาไม่รู้เรื่องเป็นพระห้ามลบหลู่ท่านเด็ดขาดจะเป็นบาปมากแก่เรา เพราะท่านฝึกฝนปฏิบัติมานาน ท่านปฏิบัติดี ปฏิบัติชอบ จิตท่านบริสุทธิ์ แต่สังขารท่านไม่เที่ยงมีความเสื่อมไป สักญญาก็ไม่เที่ยง (สัญญา ความจำได้หมายรู้) มีความเสื่อมไป ถ้าหากมันเที่ยงแท้ก็ผิดกับคำสอนของพระพุทธเจ้านะสิ ถึงบางอ้อละทีนี้ ก็เลยได้เข้ากราบหลวงปู่ชื้นอย่างสบายใจ พ.ศ. 2542 หลังจากเดินทางไปกราบครูบาชัยวงศาพัฒนา ได้เข้ากราบหลวงปู่ชื้นกับเพื่อนรุ่นพี่คือ คุณน.นันทวิจิตร ขณะเดินทางไปเกิดความสงสัยอยากรู้เกี่ยวกับหลวงปู่ชื้นว่าที่ท่านเก่งน่ะ ท่านอยู่ระดับไหนแล้ว ช่วงเดินทางก็คิดอยู่ในใจว่าถ้าถามหลวงปู่ตรง ๆ คงไม่ตอบ เผลอ ๆ นิ่งเงียบหรือไม่ก็โดนสวดยาวแน่เลย เลยคิดคำถามก็คุยกับคุณพี่ไปว่าน่าจะดีไหม ก็ตกลงกันได้คำถามที่คิดว่าไม่โดนหลวงปู่สวดแน่ แต่จะตอบหรือไม่นั้นก็ไม่แน่ก็ลองเสี่ยงดู เข้ากราบหลวงปู่ ถวายสังฆทาน 10 โมงครึ่งทันเวลาไม่มีคนอยู่รบกวน มีแต่คณะของผมที่กวนหลวงปู่อยู่ท่านก้ยิ้มแย้มแจ่มใส เมตตามาก พูดคุยกันรู้เรื่องทุกอย่าง ทำให้แปลกใจว่า มาช่วงก่อนหลวงปู่ยังหลงอยู่เลย แต่ครั้งนี้คุยรู้เรื่องทุกอย่าง ความจำดีมากพวกเราเลยได้ที่ชวนหลวงปู่คุยถามข้อข้องใจต่าง ๆ หลวงปู่ครับ หลวงปู่สักด้วยเหรอครับ (ท่านก็โชว์รอยสักที่ข้อแขน) สักสมัยเป็นหนุ่ม แล้วมีฉายาฉัน อุปัชฌาย์ (อีกชื่อผู้เขียนจำไม่ได้) สักกลับวัดมาโดนอุปัชฌาย์บ่นว่าสักทำไม หลวงปู่รู้จักครูบาวงศ์ไหมครับ ที่อยู่ที่ลำพูนนะครับ องค์นี้เป็นโพธิสัตว์ครับ ไม่รู้จักหรอก (ท่านก็ชี้รูปข้างหลังให้ดู) นี่อาจารย์ฉัน เป็นโพธิสัตว์มีกระดูกแขนท่อนเดียว ครับ หลวงปู่รู้จักหลวงปู่กอง วัดสระมณฑลไหมครับ ตากองน่ะรู้จัก หลวงปู่ครับ ทำไมพระของหลวงปู่ถึงมีพระ 3 องค์ มีจักรด้วย หมายถึงอะไรครับ (เรียกรัตนจักร) พระ 3 องค์ คือ พระรัตนตรัย มีพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ จักรคืออำนาจ หลวงปู่ครับ พระรัตนตรัยมีพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ แล้วพระปัจเจกพุทธะ รวมอยู่ในพระรัตนตรัยหรือเปล่าครับ แยกอีกพวกหนึ่ง สมัยนี้พระปัจเจกพุทธะ จะยังมีอยู่มาถึงสมัยนี้หรือเปล่าครับ มี พวกนี้เหาะได้นะ (พูดแล้วยิ้ม) เมื่อก่อนเคยเห็นเป็นผู้หญิงเหาะมาอยู่ตรงหน้าวัด ฉันอยู่ตรงนี้เห็นเหาะมาแต่เขาไม่เข้ามาในวัดนะ หลวงปู่ปรารถนาพุทธภูมิหรือปรารถนาพ้นทุกข์ครับ พ้นทุกข์ ถ้าหลวงปู่ตายแล้ว หลวงปู่จะกลับมาเกิดอีกหรือเปล่าครับ ไม่กลับมาแล้ว (พร้อมส่ายหัว) หลวงปู่ครับ บุคคน 8 จำพวก หลวงปู่ได้ครบหรือยังครับ หา (ฟังไม่ได้ยิน หรือไม่เข้าใจก็ไม่ทราบ) ครับ (เสียงดัง) อริยะบุคคล 8 จำพวก หลวงปู่ได้ครบหรือยังครับ (แอบเปลี่ยนคำถาม) ได้ครบแล้ว (พยักหน้า) อิ่ม ใจเลยทีนี้ได้สร้างมหาบุญกับพระอรหันต์ขีนาสพแล้วโดยไม่รู้ตัว หายสงสัยเลยทีเดียวที่ว่าเก่งแบบไหนนะ ไม่มีสงสัยอีกแล้ว ตอนนี้ก็จะเอาบุญกับท่านท่าเดียว ถ้าใครสงสัยในคำพูดของหลวงปู่ละก็เชิญโทรถาม คุณ น.นันทวิตร ได้ เลยครับ เพราะไปฟังมาด้วยกัน ใครจะเชื่อหรือไม่ก็แล้วแต่นะครับ แต่สำหรับผมเชื่อเต็มร้อย สำหรับด้านอภินิหารต่าง ๆ นั้นของหลวงปู่ไม่ค่อยอยากเขียน เพราะมีมากที่เจอกับตัวเอง ขอบอกแต่ว่า กระแสบารมีของหลวงปู่สว่างไสวมากครับ เขียนไปสู้ได้เห็นกับตัวเองไม่ได้ ตอน นี้หลวงปู่อายุ 96 แล้ว สังขารชราภาพมากแล้ว ใครอยากทำบุญกับท่านต้องรีบนะ สังขารมันไม่เที่ยงนะ แต่เตือนท่านที่จะไปว่าให้เข้ากราบตอนเวลา 08.00 น. – 11.00 โมงเช้า ให้ตรงเวลานะครับ หลังจากนั้นหลวงปู่จะพักผ่อน ถ้าฝืนก็ต้องเสี่ยงดวงนะครับ นี่คือบันทึกประสบการณืกราบพระอริยเจ้า ของ “คนรุ่นใหม่” ท่านหนึ่งด้วยสำนวนที่ใสบริสุทธิ์และจริงใจ น่าชื่นชมเป็นอย่างยิ่ง แต่หากว่าใครอยากจะได้ ที่มาด้วยคุณธรรมและคุณวิเศษ ที่เพียบพร้อมด้วยมหาบารมีอันหนักแน่นปานภูผามาการันตีตอกย้ำจิตใจแห่ง ศรัทธาให้ปักลึกลงที่กลางใจจนสุดขั้วเพิ่มเติมอย่างแท้จริงแล้วงานนี้ก้ไม่ มีผิดหวังด้วยเช่นกัน ครั้งหนึ่ง เมื่อครั้งที่พระเดชพระคุณหลวงปู่ดู่ พรหมปัญโญ วัดสะแก จ.พระนครศรีอยุธยา ผู้เป็น ”สายตรง” ในหลวงปู่ทวด เหยียบน้ำทะเลจืด พระมหาโพธิสัตว์เจ้าอันเกรียงไกร ยังดำรงสังขารอยู่ก็ได้มีลูกศิษย์จากเขต อ.วังน้อย ซึ่งเป็นศิษย์ใกล้ชิดท่านหนึ่งได้กราบเรียนถามหลวงปู่ดู่ พรหมปัญโญ อย่างตรงไปตรงมาที่สุดว่า “หลวงปู่ครับ ....หากว่าหลวงปู่มรณภาพจากไปแล้ว พวกกระผมจะไปกราบพระที่ไหนเป็นครูบาอาจารย์ต่อไปดีขอรับ.....???? เมื่อได้ฟัง หลวงปู่ดู่ก็ได้เมตตาวิสัชนาไปในทันใดว่า “เออ....งั้นให้พวกแกไปกราบ “พี่ชื้น” ที่วัดญาณเสนแทนเถอะ ท่านเป็นพระดีนะ.....” นอกจากนี้....การันตีจากหลวงปู่แหวน สุจิณโณ วัดดอยแม่ปั๋ง จ.เชียงใหม่ ที่เคยเอ็ดเอากับชาวอยุธยาหลังวัดญาณเสนคนหนึ่งว่า “ใกล้เกลือกินด่าง” ด้วยเหตุที่ “ตาหมากขามขี้” (สำนวนหลวงปู่ชอบ ฐานสโม อันมีความหมายว่า “ตาไม่ถึง”) ด้วยเดินผ่านกุฏิหลวงปู่ชื้นอยู่เป็นกิจวัตร กลับไม่รู้อิโหน่อิเหน่ว่ามี “เพชรแท้” อยู่หน้าบ้านตัวเอง แต่กลับแล่นไปกราบหลวงปู่แหวน ซึ่งอยู่ห่างไปตั้งหลายร้อยกิโลเมตรก็ดี หรือกรณีที่หลวงพ่อคูณ ปริสุทโธ วัดบ้านไร่ จ.นครราชสีมา ที่ได้ถวายอนุโมทนาสาธุการยัง หลวงปู่ชื้น พุทธสโร ว่า “ท่านเป็นพระดีนะ...” พร้อมกับแนะนำให้ทั้งพระทั้งโยมไปกราบอยู่เป็นหลายวาระก็ดี ฯลฯ เหล่านี้ล้วนเป็นสิ่งที่ทำให้ทุก ๆ ท่านมั่นใจได้อย่างสิ้นสงสัยว่า ท่านนั้นกราบพระไม่ผิดองค์เป็นแน่นอนแล้วจริง ๆ ....:)
ประเภทพระ : เหรียญหล่อ&ปั๊ม / พระภาคกลาง
ร้าน : พระเครื่องราชพัฒน์ ( เปิดร้านวันที่ 24/09/2553 )
โทรศัพท์ : 095-9155197 AIS
Facebook :
Line ID :
จำนวนผู้ชม : 3241
ข้อควรระวังในการเช่าพระผ่านเว็ปไซต์/// ต้องตรวจสอบพระ และตกลงเงื่อนไขการรับประกันให้เรียบร้อย
หากไม่เคยติดต่อ หรือรู้จักผู้ให้เช่ามาก่อนแนะนำให้นัดดูองค์จริง ทางเวปเป็นสื่อกลาง ไม่มีส่วนในการเช่าพระ

แชร์หน้านี้
บริษัท พีเอเอสเค กรุ๊ป จำกัด เลขที่ 8 ซอยกาญจนาภิเษก 39 แยก 10 แขวงดอกไม้ เขตประเวศ กรุงเทพมหานคร 10250
โทร 08-7679-6060 / E-Mail : prapantip@gmail.com / Line ID : prapantip
สงวนสิทธิ์ © 2010-2015 PRAPANTIP.COM ONLINE. All Rights Reserved.

พระเครื่อง