จัดการร้านพระ
หน้าแรก | กฏระเบียบ | ร้านพระทั้งหมด | สมัครเปิดร้านค้า | ติดต่อเวป
ชื่อสินค้า : ๑ ผ้ายันต์รอยเท้าหลวงพ่อซวง วัดชีะขาว มีตราวัด ๑
ราคา/สถานะ :
ข้อมูลทั่วไป : หลวงพ่อซวง อภโย (พระวินัยธร) วัดชีปะขาว หลวงพ่อซวง มีนามเดิมว่า ซวง นามสกุล พานิช เกิดประมาณปี 2441 บิดาชื่อเฮง มารดาชื่ออ่ำ เป็นชาว ต.พระงาม อ.พรหมบุรี จ.สิงห์บุรี อยู่เหนือวัดชีปะขาวไปเล็กน้อย อุปสมบท ณ วัดโบสถ์(อัมพวา) ต.ไชยภูมิ อ.ไชโย จ.อ่างทอง ประมาณปี 2465 ในการอุปสมบทครั้งนั้นเป็นการอุปสมบทหมู่ โดยมีพระอาจารย์เมิน วัดจุฬามุณี ต.องครักษ์ อ.โพธิ์ทอง จ.อ่างทอง เป็นพระอุปัชฌาย์ หลวงพ่อเฟื่อง วัดสกุณาราม (วัดนก) ต.ไชโย อ.ไชโย จ.อ่างทอง เป็นกรรมวาจาจารย์ และพระหลวงพ่ออ่อน วัดทองกลาง ต.องครักษ์ อ.โพธิ์ทอง จ.อ่างทอง เป็นพระอนุสาวนาจารย์ ได้รับฉายาว่า อภโย แปลว่า ผู้ไม่มีภัย หลังจากอุปสมบทแล้วได้ย้ายมาจำพรรษา ณ วัดชีปะขาว จนกระทั่งท่านมรณภาพ ท่านมรณภาพ เมื่อวันที่ 18 กรกฎาคม 2510 ตรงกับวันอังคาร ขึ้น 12 ค่ำ เดือน 8 ด้วยโรควัณโรค ที่โรงพยาบาลจังหวัดสิงห์บุรี สิริรวมอายุได้ 69 ปี 45 พรรษา หลวงพ่อซวง ได้รับการถ่ายทอดการฝึกกรรมฐานเบื้องต้นจากพระอาจารย์คำ วัดสิงห์ ต.พระงาม อ.พรหมบุรี จ.สิงห์บุรี นอกจากเรียนกรรมฐานเบื้องต้นแล้วหลวงพ่อซวงยังได้เรียนการทำธงพระฉิมและการสักยันต์บุตร-ลบอีกด้วยหลังจากนั้นได้รับคำแนะนำจากพระอาจารย์คำให้ไปเรียนวิชาอาคมเพิ่มเติมจากหลวงพ่อแป้น วัดเสาธงใหม่ อ.บางปะหัน จ.พระนครศรีอยุธยา เนื่องจากพระอาจารย์คำ วัดสิงห์ได้เคยมาเรียนวิชาบุตร-ลบและวิชาแพทย์แผนโบราณตลอดจนคาถาอาคมกับหลวงพ่ออ่ำ วัดวงษ์ฆ้องและได้รู้จักกับหลวงพ่อแป้น หลังจากที่หลวงพ่อซวงได้ฝากตัวเป็นศิษย์หลวงพ่อแป้นแล้ว ก็ได้เรียนวิชาอาคมต่างๆจากหลวงพ่อแป้น จนหมดสิ้น หลังจากนั้นหลวงพ่อซวงก็ได้รับคำแนะนำจากหลวงพ่อแป้นให้ไปเรียนวิปัสสนาและวิชาอาคมเพิ่มเติมกับหลวงพ่อฤทธิ์ วัดบ้านสวนหรือวัดน้อย ต.บ้านสวน อ.เมือง จ.สุโขทัย หลวงพ่อซวง นอกจากเรียนวิปัสสนากรรมฐานจากหลวงพ่อฤทธิ์แล้วหลวงพ่อซวงยังได้เรียนวิชาทำแหวนชิน หรือแหวนหูมุ้งและการทำยาเปรี้ยวอีกด้วย แม้แต่พระสมเด็จข้างอะอุของท่านก็ได้นำเคล็ดวิชาของหลวงพ่อฤทธิ์มาใช้ด้วย โดยอะและอุนี้เป็นการลงวิชาอย่างหนึ่ง อีกนัยหนึ่งมีผู้กล่าวว่าคำว่า อะ บนพระสมเด็จนั้นแทนตัวท่านซึ่งมีนามว่า อภโย ส่วนคำว่า อุ นั้นแทนตัวอาจารย์ท่านคือ อุตตโม นั่นเอง(หลวงพ่อแป้น อุตตโม) พระเครื่องที่ท่านสร้างมีประสบการณ์ทุกด้านไม่ว่าจะเป็นเมตตา แคล้วคลาดและ คงกระพัน โดยท่านจะเสกวัตถุมงคลส่วนใหญ่ภายในกุฏิของท่าน หลังจากที่ท่านทำวัตรสวดมนต์เช้าและเย็นเป็นประจำทุกวันมิได้ขาด ยกเว้นกรณีที่มีฤกษ์พิเศษเช่น เสาร์ห้า หรือทำพิธีปลุกเสกพระจำนวนมากท่านมักจะปลุกเสกในโบสถ์มหาอุตม์เป็นปฐมฤกษ์ก่อนแล้วจึงนำวัตถุมงคลทั้งหมดกลับไปเสกที่กุฏิอีกครั้ง โดยท่านจะนำพระทั้งหมดใส่บาตรไว้ ปลุกเสกทุกวันจนท่านมั่นใจดีแล้วท่านจึงนำไปแจกให้แก่ญาติโยมที่มากราบหรือร่วมทำบุญสร้างโบสถ์กับท่าน หลวงพ่อซวงเป็นพระที่ทรงอภิญญารู้อนาคตล่วงหน้าและมากด้วยเมตตาแม้กระทั่งอีกาท่านยังเลี้ยงเชื่อง โดยอีกาตัวนี้มีชื่อว่า แขก สมัยท่านยังมีชีวิตอยู่เมื่อท่านฉันข้าวบนศาลา จะมีอีกามากินข้าวและอาหารจากมือท่านประจำและท่านยังสามารถเรียกมันได้อีกด้วย ญาติโยมแถบวัดชีปะขาวในสมัยนั้นต่างก็รู้เห็นเรื่องนี้กันทุกคน หลวงพ่อซวงเป็นพระที่สมถะอยู่และฉันอาหารอย่างง่ายๆไม่ยึดติดในลาภยศ แม้แต่ตำแหน่งพระครูและพระอุปัชฌาย์ที่พระราชสิงหวรมุนี(ทรัพย์) วัดสังฆราชาวาส จะมอบให้ท่าน ท่านยังไม่รับ แต่เนื่องจากหลวงพ่อทรัพย์เลื่อมใสในวัตรปฏิบัติของท่านจึงขอร้องให้ท่านรับตำแหน่ง พระวินัยธร ซึ่งหลวงพ่อซวงท่านก็ต้องจำใจรับด้วยความเกรงใจ รอยเท้าหลวงพ่อซวง วัดชีปะขาว เป็นรองเท้าที่สมัยท่านอยู่ท่านไม่ได้ปั๊มไว้ แต่ศิษย์ที่เคารพรักในตัวหลวงพ่อซวง เมื่อตอนที่ท่านมรณภาพ เหล่าลูกศิษย์เชื่อว่าท่านเป็นพระที่ศักดิ์สิทธิ์ ไม่ว่าที่ใดส่วนใดหรือที่ที่ท่านอยู่จะต้องศักดิ์สิทธิ์ทั้งสิ้น เมื่อท่านมรณภาพศิษย์จึงลงความเห็นกันว่าอยากได้สิ่งใดของอาจารย์เป็นที่ระลึกไว้เคารพบูชา ก็ได้ตกลงกันว่า เอาหมึกไปปั๊มฝ่าเท้าช่วงแรก ๆเป็นขมิ้น ช่วงหลังๆ เป็นหมึก โดยเอาหมึกทาที่ฝ่าเท้าของหลวงพ่อซวงขณะที่ศพของท่านนอนอยู่ แล้วเอาผ้าขาวปั๊ม จะมีแบบรอยเท้าข้างเดียวและสองข้าง แต่จะมีตราวัดปั๊ม ผ้าทั้งหมดไม่ได้ปลุกเสกโดยหลวงพ่อซวงก็จริง แต่ปั๊มที่รอยเท้าท่านแล้วจุดธูปอธิษฐาน ขอให้ท่านมาเสก หลายคนถามว่าแล้วมันจะศักดิ์สิทธิ์หรือ ทันมั๊ย ดีมั๊ย ถ้าจะกล่าวถึงหลวงพ่อซวงในสมัยหนึ่ง บางคนหากอยู่แถบกาญจนบุรี จะรู้จักหลวงเตี่ย วัดทุ่งสมอ หลวงเตี่ย เป็นคนไทยเชื้อสายจีน เดิมท่านเป็นพ่อค้าหมู แต่มีบุญเก่าคือได้ฝึกจิตจากพระผู้เร้นลับองค์หนึ่งซึ่งไม่ขอกล่าวถึง ซึ่งอาจจะยืดยาวเกินไป หลวงเตี่ยท่านได้ฝึกวิชาจนสำเร็จจิตแล้วท่านเป็นผู้รู้ผู้ทรงฌาน มีชื่อเสียงอยู่ที่ประเทศฮ่องกง พอออกพรรษาท่านจะไปจำวัดอยู่ที่ฮ่องกง เพื่อโปรดญาติโยมชาวฮ่องกง มาเลเซีย สิงคโปร์ที่ไปเที่ยวหาท่าน ต่างมีเรื่องทุกข์ร้อนท่านจะทำนายทายทักได้ดั่งตาเห็น ไม่ว่าจะเป็นบ้านช่องที่อยู่ หลวงเตี่ย เมื่อเข้าพรรษาท่านจะมาจำวัดอยู่ที่วัดทุ่งสมอ กาญจนบุรี มีศิษย์คนหนึ่งเป็นคนอยุธยา มารับท่านไปที่บ้านที่อยุธยา คนคนนี้นับถือหลวงพ่อซวง บรรพบุรุษของเขานับถือหลวงพ่อแป้น วัดเสาธงใหม่ซึ่งเป็นอาจารย์ของหลงพ่อซวง และทางพ่อแม่ของเขาก็นับถือหลวงพ่อซวงซึ่งเป็นศิษย์เอกของหลวงพ่อแป้น ในบ้านมีรูปบูชาของหลวงพ่อแป้นหนึ่งรูป และรูปบูชาของหลวงพ่อซวงหนึ่งรูปซึ่งเขาบูชาไว้ใกล้ ๆกัน อยู่ที่ชั้นสองของบ้าน หลวงเตี่ยเมื่อท่านไปถึงบ้านนี้ ทันทีที่ท่านก้าวเข้าไปในบ้านท่านหยุดเดินทันที และทักขึ้นมา ซึ่งท่านไม่เคยไปบ้านนี้มาก่อน ท่านทักขึ้นมาว่า ที่บ้านหลังนี้มีรูปพระรูปใหญ่ อยู่ชั้นบน พระสององค์นี้บารมีพอพอกัน องค์หนึ่งเป็นอาจารย์ องค์หนึ่งเป็นลูกศิษย์ ท่านรู้ขนาดนั้น บารมีพระองค์แก่พอพอกับพระองค์หนุ่มก็จริง แต่พระองค์หนุ่ม(ท่านหมายถึงหลวงพ่อซวง)มีเหนือกว่านิด ๆ ตรงที่ว่าบุญวาสนาเหนือกว่าอาจารย์ตรงที่ว่าเป็นผู้มีฤทธิ์ บ้านไหนที่มีรูปหลวงพ่อซวงแบบนี้ ท่านจะสัมผัสได้ทันทีตั้งแต่เข้าประตูบ้านมา เพราะว่าหลวงพ่อซวงท่านเสกไว้ดีมาก ตรงที่ท่านรอบคอบขนาดที่ว่าเสกกันงูพิษและสัตว์อสรพิษ หลวงเตี่ยท่านยังทักว่าเคยมีพวกตะขาบ แมงป่อง หรืองูเข้ามาในบ้านไหม เจ้าของบ้านบอกว่าไม่เคยเลย หลวงเตี่ยบอกว่า นั่นแหละ พอมันมาถึงหน้าบ้าน มันจะเปลี้ย ไม่มีแรง บางตัวหมดแรงนอนอยู่หน้าประตู บางตัวกระเสือกกระสนคลานหนีไป เจ้าของบ้านบอกว่าใช่ หลวงเตี่ยบอกว่า เป็นเพราะรูปถ่ายของหลวงพ่อซวงนั่นแหละ ท่านเสกกันสัตว์ที่มีเขี้ยวงา กันอสรพิษไว้ด้วย คืออธิษฐานจิตไว้ในรูป ผูกปากสัตว์ที่มีพิษมีเขี้ยวมีงา จะอ้าปากไม่ขึ้นจะฉกทำร้ายใครไม่ได้ นี่คืออภินิหารของหลวงพ่อซวงที่หลวงเตี่ยท่านสัมผัสและบอกไว้ และหลวงเตี่ยท่านนั่งสมาธิติดต่อกับหลวงพ่อซวง แล้วท่านบอกว่าหลวงพ่อซวงท่านศักดิ์สิทธิ์แต่เสียดายมรณภาพเมื่ออายุยังน้อย แล้วท่านสั่งคนนี้ไว้ว่า รูปนี้ไม่ว่าจะนำไปอัดเพิ่มอีกกี่พันกี่หมื่นรูปก็จะมีความศักดิ์สิทธิ์เสมอรูปต้นแบบทั้งหมด เพราะหลวงพ่อซวงท่านอธิษฐานจิตถอดธาตุธรรมไว้ในรูปแล้วไม่ว่าจะอัดอีกกี่ครั้งก็จะมีความศักดิ์สิทธิ์เสมอท่านได้เสกสมัยที่ท่านมีชีวิตอยู่ คนที่มาในพิธีวันนั้นต่างออกปากขอให้เจ้าของบ้านอัดรูปให้ตนไปบูชาที่บ้านบ้าง เป็นที่เอิกเกริกกันใหญ่ หลวงพ่อซวงท่านเป็นพระสำคัญ ในจังหวัดสิงห์บุรีสมัยก่อน ท่านไม่เป็นสองรองใครในเรื่องอภินิหารต่าง ๆ ท่านสามารถเขียนหวงเลขรางวัลที่หนึ่งได้ตรงเป๊ะ ให้คนที่ทดสองต่างเห็นเป็นที่ประจักษ์ และในคราวที่ท่านมรณภาพ แล้วใครคิดว่าผ้ายันต์นี่จะศักดิ์สิทธิ์หรือท่านเสกหรือไม่ หลวงปู่โต๊ะ วัดสระเกศซึ่งเป็นเกจิอาจารย์อาวุโสท่านหนึ่งในแถบสิงห์บุรี อ่างทอง ต่างเคารพบูชาท่าน หลวงปู่โต๊ะ เป็นญาติหลวงพ่อซวง เมื่อคราวที่หลวงพ่อซวงมรณภาพ หลวงปู่โต๊ะท่านเดินทางมาที่วัด ขณะที่ท่านกำลังเดินขึ้นศาลา ท่านพูดลอย ๆขึ้นมาว่า “เออ ไม่ต้องมารับถึงนี่ก็ได้ ฉันเดินเข้าไปได้” พวกลูกศิษย์ก็ถามว่า “ใครมารับล่ะหลวงพ่อ” หลวงปู่โต๊ะท่านจึงบอกว่า “ท่านซวงน่ะสิ เค้ามายืนรอรับฉันที่กระไดนี่ ฉันเลยบอกเขาว่าฉันเดินขึ้นไปได้ ไม่ต้องมารับหรอก” แสดงให้เห็นว่าวิญญาณของหลวงพ่อซวงท่านไม่ได้ไปไหน ท่านยังอยู่ที่นั่นแหละ และในคราวที่ปลุกเสกผ้ายันต์และของที่จะแจกในงานศพ เป็นสมเด็จผงก้างปลาที่เหลือก็ดี หลวงปู่โต๊ะท่านบอกว่าท่านเองไม่ต้องเสกหรอก ท่านซวงเค้ามาเสก แต่ลูกศิษย์ก็คะยั้นคะยอให้ท่านเสก หลวงปู่โต๊ะท่านก็อธิษฐานให้หลวงพ่อซวงท่านมาเสกของของท่าน แล้วท่านก็ช่วยประพรมน้ำมนต์ให้ มีชายคนหนึ่งเค้ามาไม่ทันงานศพ ไม่ทันได้ผ้ายันต์ชุดนี้ที่เค้าทำและแจกไปหมดแล้ว คนคนนี้มีศักดิ์เป็นหลานของหลวงพ่อซวง มาแล้วก็ไม่ได้อะไร ตนเองไปทำงานแถบจันทบุรี ระยอง มาถึงไม่ได้ของอะไรของอาจารย์เลย ด้วยความน้อยเนื้อต่ำใจเสียใจว่าตนเองอับโชควาสนา มาหาท่านก็ไม่ได้อะไร ได้แค่มากราบร่างท่าน เห็นเค้าเอาน้ำหมึกทาเท้าท่าน ก็เลยอธิษฐานจิต แล้วเอาเท้าท่านขยี้บนหัว ขยี้ไปปากก็พร่ำพูดไปว่ารักเคารพอาจารย์ต่าง ๆนานา เหมือนคนละเมอเพ้อภพ เหมือนคนบ้า ทุกคนก็ไม่มีใครไปห้ามเพราะคนคนนี้เป็นหลานของหลวงพ่อ จนหายความคลายโศกก็ถอยออกไป หลังจากงานศพหลวงพ่อซวง ชายคนนี้ก็ไปตัดผม (เสียดายที่จำชื่อชายคนนี้ไม่ได้ ผู้ที่เล่าให้ข้าพเจ้าฟังคือ หลวงพ่อเกรียง วัดวังน้ำเย็น)ที่ตลาด ตัดอย่างไรปัตตาเลี่ยนก็พัง กรรไกรก็ตัดไม่เข้า ตนเองก็รู้สึกอัศจรรย์ ช่างตัดผมก็รู้สึกแปลกใจว่าทำไมถึงตัดไม่เข้า มีดอะไรก็โกนไม่เข้า อัศจรรย์ นึกได้ว่า หรือว่าจะเป็นวันนั้นที่เอาเท้าหลวงพ่อซวงขยี้หัว จึงอธิษฐานยกมือขึ้นท่วมหัว บอกว่า “ตนเองรู้แล้วว่าท่านอาจารย์ได้คุ้มครองตนจริงตามที่ได้อธิษฐานขอให้บารมีของท่านอาจารย์คุ้มครองตน ตนเองไม่ได้วัตถุมงคลใด ๆ แล้วเอาฝ่าเท้าอาจารย์ขยี้หัว ได้เห็นถึงความขลังและความศักดิ์สิทธิ์แล้ว ตนเองจำเป็นต้องตัดผม ขอให้ตัดผมได้เข้าด้วยเถิด และขอให้สิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่หลวงพ่อซวงมอบให้ยังอยู่ในตนตลอดไปด้วยเถิด” หลังจากนั้นเค้าก็นำเรื่องนี้มาเล่าให้ฟัง นี่แหละอภินิหารของผ้ายันต์รอยเท้าของหลวงพ่อซวง แม้จะไม่ทันท่านตอนมีชีวิตก็ตาม เคยมีผู้ที่พกผ้ายันต์รุ่นนี้ในกระเป๋าเสื้อขี่มอเตอร์ไซค์แล้วไปชนกับรถสิบล้อ ซึ่งความจริงน่าจะต้องตาย แต่แค่สลบ เลือดออกหูออกปาก แต่ก็ไม่ตาย ฟื้นขึ้นมาแก้วหูเสีย ผ้ายันต์รอยเท้านี้ถึงแม้จะไม่ทัน แต่ก็เป็นที่เสาะหาของศิษย์สายหลวงพ่อซวงด้วย เป็นของที่ไม่แพงแต่หายากสำหรับสายนี้
ประเภทพระ : เครื่องราง
ร้าน : พรพรต ๒ ( เปิดร้านวันที่ 24/09/2555 )
โทรศัพท์ : 089-183-4803
Facebook :
Line ID :
จำนวนผู้ชม : 2702
ข้อควรระวังในการเช่าพระผ่านเว็ปไซต์/// ต้องตรวจสอบพระ และตกลงเงื่อนไขการรับประกันให้เรียบร้อย
หากไม่เคยติดต่อ หรือรู้จักผู้ให้เช่ามาก่อนแนะนำให้นัดดูองค์จริง ทางเวปเป็นสื่อกลาง ไม่มีส่วนในการเช่าพระ

แชร์หน้านี้
บริษัท พีเอเอสเค กรุ๊ป จำกัด เลขที่ 8 ซอยกาญจนาภิเษก 39 แยก 10 แขวงดอกไม้ เขตประเวศ กรุงเทพมหานคร 10250
โทร 08-7679-6060 / E-Mail : prapantip@gmail.com / Line ID : prapantip
สงวนสิทธิ์ © 2010-2015 PRAPANTIP.COM ONLINE. All Rights Reserved.

พระเครื่อง