จัดการร้านพระ
หน้าแรก | กฏระเบียบ | ร้านพระทั้งหมด | สมัครเปิดร้านค้า | ติดต่อเวป
ชื่อสินค้า : รูปภาพหลวงพ่อจงวัดหน้าต่างนอกขนาด5นิ้ว(พระเครื่องราชพัฒน์)
ราคา/สถานะ :
ข้อมูลทั่วไป : พระเกจิชื่อดังในอดีตแห่งพระนครศรีอยุธยา เป็นหนึ่งในห้าเสืออินโดจีน เชี่ยวชาญด้านพระเวทย์ อักขระเลขยันต์ นานัปการ เต็มเปี่ยมด้วยพุทธคุณที่เข้มขลังอย่างอัศจรรย์ ในยุคสงคราม แม้ทหารไทยจะโดนยิงล้มระเนระนาด ยังสามารถลุกขึ้นยืนหยัด อย่างไร้บาดแผล และร่องรอย จนฝ่ายตรงข้ามขนานนามว่า"ทหารผี" และอีกหลายประสงการณ์มากมาย นับได้ว่าเป็นหนึ่งในพระเกจิอันดับต้นๆของแผ่นดินสยาม ที่ยากจะมีผู้ใดเทียบเท่าได้ ประวัติ หลวงพ่อจง พุทธัสสโร ท่านมีนามเดิมว่า “จง” กำเนิดมาในตระกูลชาวนาในท้องที่ตำบลหน้าไม้ อำเภอบางไทร จังหวัดพระนครศรีอยุธยา เรียกว่าเป็นเชื้อสายแห่งคนดีศรีอยุธยาอีกคนหนึ่ง ที่ทั่วสรรพางค์กายล้วนเต็มเปี่ยมด้วยเลือดนักสู้ สมชาติชายไทย บิดาท่านมีนามว่า นายยอด มารดานามว่า นางขลิบ ซึ่งท่านทั้งสองมีบุตร-ธิดาด้วยกันทั้งสิ้น 3 คน คือ 1. เด็กชายจง ต่อมาคือ หลวงพ่อจง พุทธัสสโร เป็นบุตรคนโต 2. เด็กชายนิล เป็นคนรอง ต่อมาคือพระอธิการนิล เจ้าอาวาสวัดหน้าต่างใน 3. เด็กหญิงปลิก เป็นน้องคนเล็ก และเป็นผู้หญิงคนเดียว สำหรับวันเดือนปีเกิดหรือวันถือกำเนิดของหลวงพ่อจง พุทธัสสโร นั้น เนื่องจากเป็นเหตุการณ์ที่ล่วงเลยผ่านพ้นมานาน อีกทั้งการบันทึกก็มิได้มีหลักฐานที่เด่นชัด เป็นแต่ระบุไว้พอรู้ความว่า ได้กำเนิดในสมัยต้นรัชกาลที่ 5 แห่งราชวงศ์จักรี ณ วันพฤหัสบดี เดือน 4 ปีวอก อันเป็นวันขึ้น 8 ค่ำ ที่ตรงกับวันที่ 6 เดือนมีนาคม พ.ศ.2415 และด้วยเวลานั้นยังไม่มีการใช้ชื่อสกุล จึงไม่มีการระบุชื่อนามสกุลเดิมของท่านไว้ วัยเยาว์ เด็กชายจง บุตรชายคนโตของคุณพ่อยอด คุณแม่ขลิบ เมื่อกำเนิดลืมตาดูโลกแล้ว ได้รับการเลี้ยงดูตามฐานะแห่งตระกูล เช่นลูกหลานชาวท้องทุ่งท้องนาทั้งหลาย มิได้มีสิ่งหนึ่งสิ่งใดที่มีลักษณะพิเศษเกินกว่าเด็กชาวนาคนอื่น ๆ เลยแม้แต่น้อย หรือแม้แต่อากัปกริยาที่จะแสดงอาการส่อแววว่า ในโอกาสต่อมาเมื่อเติบใหญ่แล้ว ชีวิตจะต้องก้าวเข้ามาสู่ฐานะภิกษุสงฆ์ อันเป็นที่เคารพบูชาของมวลชนทั้งหลาย ดังที่ปรากฎเป็นเกียรติคุณเป็นที่ล่ำลือกันมาจนตราบเท่าทุกวันนี้ เรียนวิชาอาคม ชีวิตของหลวงพ่อจง หลังจากที่ได้อุปสมบทแล้ว ได้ปรากฎเหตุอันน่าแปลกมหัศจรรย์เด่นชัดขึ้น เพราะนอกจากจะหายป่วยหายไข้แล้ว เมื่อได้มาศึกษาหาความรู้ในด้านธรรมะ คือได้ศึกษาพระปริยัติธรรมและธรรมสิกขา พร้อมทั้งฝึกฝนในด้านการเขียนอ่านอักษรทั้งไทยและขอมจากท่านพระอาจารโพธิ์ เจ้าอาวาสวัดหน้าต่างใน ซึ่งเป็นพระอนุสาวนาจารย์ พระภิกษุจงได้แสดงออกถึงความในอัจฉริยะ ด้วยการเรียนรู้จดจำสิ่งที่ได้รับถ่ายทอดมาอย่างแม่นยำและเข้าใจทุกสิ่ง ทุกอย่าง จนใคร ๆ ทั้งหลายที่รู้พื้นความเป็นมาต่างพากันอดแปลกใจสงสัยเสียมิได้ว่า “เอ๊ะ..ทำไมภิกษุจงจึงมิยักงมโข่งหรืออุ้ยอ้ายอับปัญญา เหมือนกับบุคลิกที่อ่อนแออมโรค ที่ส่อแสดงว่าน่าจะเป็นไปในทางทึบหรืออับ เรียนรู้จดจำอะไรไม่แม่นยำ” และยิ่งเพิ่มความแปลกมหัศจรรย์แปลกไกลไปกว่านั้น ภายหลังจากที่ได้กระจ่างแจ้งในพระธรรมและภาษาหนังสือพอสมควรแล้ว พระอาจารย์โพธิ์ที่เล็งเห็นแววว่าน่าจะเป็นไปได้ของพระภิกษุจง ได้ให้การถ่ายทอดวิชาในด้านเวทวิทยาคมที่ท่านเชี่ยวชาญจนเป็นที่เลื่องลือ ถือกันว่า พระอาจารย์โพธิ์คือยอดแห่งผู้ทรงเวทในสมัยนั้นให้กับพระภิกษุจงด้วย ผลก็ปรากฎว่า พระภิกษุจงสามารถน้อมรับวิชาไว้ได้ทุกกระบวนมนต์ สำเร็จแตกฉานชนิดสิ้นภูมิผู้เป็นอาจารย์กันเลยทีเดียว และด้วยการได้รับถ่ายทอดวิชาให้ชนิดไม่มีการปิดบังซ่อนเร้นภูมิรู้ใดไว้ของ พระอาจารโพธิ์ จึงทำให้พระภิกษุจงได้ก้าวเข้ามาทำหน้าที่เป็นที่รวมใจ ที่พึ่งพิงของญาติโยมแทนผู้เป็นอาจารย์ในเวลาต่อมา ฝึกกรรมฐาน การแสวงหาความรู้ของพระภิกษุจง มิได้หยุดยั้งอยู่แต่เพียงภายในวัดหน้าต่างในที่พักอาศัยเท่านั้น เมื่อเจนจบในภูมิความรู้ของพระอาจารย์โพธิ์ผู้เป็นอาจารย์แล้ว ท่านยังคงเสาะแสวงหาที่เรียนต่อไปอีก ได้รู้ได้ทราบข่าวว่าที่หนึ่งที่ใด สำนักไหนมีครูบาอาจารย์ที่ทรงภูมืความรู้ จะเป็นวิชาแขนงใดก็ดี หากเห็นว่าไม่ขัดฝืนต่อธรรมวินัย เป็นวิชาที่เอื้อต่อการพัฒนาจิตใจของตน พระภิกษุจงเป็นไม่ลดละที่จะหาทางไปฝากตนเป็นศิษย์เรียนวิชาด้วย หนทางที่ไกลแสนไกล ระหว่างทางล้วนมีแต่ความยากลำบากต้องฝ่าฟันในอุปสรรคและเสี่ยงต่อภยันตราย นานาสารพัดอย่าง มิใช่สิ่งที่จะหยุดยั้งเปลี่ยนวิถีความตั้งใจในการเรียนรู้หาวิชาของภิกษุจง ได้ สองเท้าท่านคงย่ำไปจนถึงทุกสำนัก แล้วก็กลับคืนมาพร้อมความสำเร็จทุกแขนงวิชาแห่งสำนักนั้น ๆ ทุกครั้งคราวไป อย่างเช่นการไปเรียนวิชาฝ่ายกรรมฐาน กับพระอาจารย์หลวงพ่อปั้น วัดพิกุล ซึ่งเป็นผู้มีชื่อเสียงโด่งดัง เป็นที่ยอมรับกันโดยทั่วไปว่า ท่านเป็นพระมหาเถระฝ่ายอรัญวาสีผู้ยิ่งใหญ่ที่แตกฉานในสมถะวิปัสสนากรรมฐาน ท่านหนึ่งในยุคสมัยนั้น พระภิกษุจงได้ไปฝากตัวหมั่นศึกษาพากเพียรเรียนวิชาด้วยอิทธิบาทที่แก่กล้า เป็นเวลาช้านาน จนกระทั่งเป็นที่ยอมรับในภูมิธรรมจากผู้เป็นอาจารย์ จึงได้เดินทางกลับสู่วัดหน้าต่าง ทุกงานพิธี เนื่องจากคุณธรรมอันวิเศษที่หาได้ยากของหลวงพ่อจง มีกิตติศัพท์แพร่หลายออกไปอย่างกว้างขวาง งานปลุกเสกเครื่องมงคลในกรุงเทพที่ใหญ่ ๆ ทุกงาน หลวงพ่อจงจะต้องได้รับนิมนต์มาร่วมพิธีด้วยทุกครั้งไป และถือว่าเป็นพระเถราจารย์ที่ขาดเสียมิได้ ด้วยคุณธรรมอันสูงส่งของท่านดังนี้ วิทยาคมที่ปรากฎชัดส่วนมากคือ แคล้วคลาด คงกระพัน เมตตามหานิยม และมหาลาภ แม้กระทั่งสมเด็จพระสังฆราช (แพ) จะสร้างเครื่องมงคลครั้งใด ก็ต้องมีบัญชาให้ท่านเจ้าคุณศรี (สนธิ์) นิมนต์หลวงพ่อจงมาร่วมปลุกเสกด้วยทุกครั้งไปมิเคยขาด อิทธิเครื่องมงคล หลวงพ่อจง วัดหน้าต่างนอก ได้สร้างอิทธิเครื่องมงคลไว้มากมายหลายชนิด มีทั้งเหรียญ ผ้ายันต์ ตะกรุด แผ่นยันต์มหาลาภ และกันไฟ ดังนี้ 1. เสื้อยันต์แดง เสื้อยันต์ของท่านมีชื่อเสียงมาก เมื่อครั้งสงครามอินโดจีน ท่านได้สร้างขึ้นไว้แจกแก่ทหารที่ออกสู่สมรภูมิ ในคราวสงครามโลกครั้งที่สองเช่นกัน เสื้อยันต์ของท่าน ได้ปรากฎเกียรติคุณในสนามรบมาแล้วอย่างโด่งดัง จนกิตติศัพท์แพร่หลายไปทั่วประเทศ และด้วยเหตุนี้ จึงมีประชาชนพากันหลั่งไหลไปรับแจกที่วัดหน้าต่างนอก ตลอดระยะเวลาที่เกิดสงครามอย่างไม่ขาดสาย 2. ผ้ายันต์สิงห์มหาอำนาจ สร้างกันมาแต่สงครามโลกครั้งที่สอง และสร้างต่อมาอีกหลายรุ่น ผ้ายันต์ของท่านนี้มีคุณวิเศษครบเครื่อง ใช้ได้สารพัด ไม่ว่าคลาดแคล้ว คงกระพัน และทางด้านโชคลาภ เป็นต้น ประสบการณ์จากทหารและตำรวจชายแดนหลายท่านยืนยันว่า ผ้ายันต์ของหลวงพ่อจงเป็นมหาอุดชั้นหนึ่ง 3. แผ่นยันต์ พิมพ์ด้วยกระดาษสองสี คือตัวยันต์และตัวหนังสือเป็นสีดำ รูปหลวงพ่อบริเวณจีวรพิมพ์ด้วยสีเหลือง แผ่นยันต์นี้สร้างครั้งแรกในปี พ.ศ.2490 เมื่อคราวสร้างเจดีย์ข้าวเปลือก หลวงพ่อท่านสร้างแจกเป็นที่ระลึกแก่ผู้ที่จะมาร่วมงาน ปรากฎว่าแผ่นยันต์นี้ อำนวยโชคลาภแก่เจ้าของบ้านที่นำไปบูชา ท่านจึงสร้างแจกอีกต่อมาหลายรุ่น บางรุ่นเป็นสีเดียว เช่น สีฟ้า สีดำ แผ่นยันต์นี้นิยมกันมากเมื่อหลังสงครามโลกสงบ ๆ ใหม่ ๆ เพราะนอกจากจะอำนวยโชคลาภดังกล่าวแล้ว ยังป้องกันไฟไหม้ได้ชะงัดนัก 4. ปลาตะเพียนเงิน-ตะเพียนทอง ปลานี้หลวงพ่อจงท่านสร้างเป็นคู่ ตัวเมียกับตัวผู้ เดินอักขระขอม ปั๊มนูนไม่เหมือนกัน ท่านสร้างเมื่อปี พ.ศ.2490 เศษ ๆ ได้มีผู้เคยพบปลาตะเพียนคู่นี้ในกุฎิท่านเจ้าคุณศรี (สนธิ์) วัดสุทัศนฯ ซึ่งท่านมรณภาพเมื่อปี พ.ศ.2495 เข้าใจว่า หลวงพ่อจงมอบให้แก่ท่านเจ้าคุณโดยเฉพาะ ปลาตะเพียนคู่ เป็นเครื่องรางที่ชาวจีนนับถือกันอย่างมากมายมาช้านาน เครื่องถ้วยชามของชาวจีนเก่า ๆ มักจะทำเป็นปลากลับหัว อันหมายถึง บ่อเกิดของชีวิตแห่งโชคลาภ การปลุกเสกปลาตะเพียนของหลวงพ่อจงนี้ ไม่เหมือนใครและไม่มีใครเหมือน กล่าวคือ ท่านปลุกเสกแล้วให้ลูกศิษย์ปล่อยลงที่ท่าน้ำหน้าวัดคู่หนึ่ง ปรากฎว่า ปลาตะเพียนที่เป็นโลหะตั้งตัวตรงแบบปลาจริง ๆ และไม่จมน้ำด้วย และที่น่าประหลาดไปกว่านั้นก็คือ ปลาตะเพียนของหลวงพ่อจง ลอยทวนน้ำ ไม่ใช่ลอยตามน้ำ และเป็นที่ร่ำลือกันว่า ปลาตะเพียนของท่านว่ายน้ำได้ มนต์กำกับ เกี่ยวกับเครื่องรางของขลังซึ่งท่านปลุกเสกเวทวิทยาคม กระทำภาวนาด้วยบุญฤทธิ์อธิษฐาน อันเป็นพลังจิตแกร่งกล้าในแนวที่ให้ความนิยมกันมากนั้น ส่นมากแรก ๆ ท่านก็ใช้แนวทางความรู้อันที่เรียกมาจากท่านพระครูโพธิ์ เจ้าอาวาสวัดหน้าต่างใน ผู้เป็นปรมาจารย์องค์แรกของท่าน แต่ต่อมาเมื่อท่านได้ศึกษารอบรู้ในหลักการ อันเป็นกฎเกณฑ์ของผู้จะไต่เต้าเข้าหาความสำเร็จในอภิญญา อันเป็นพุทธวิธีชั้นสูงสุด จากนั้นมา ท่านก็ใช้ความรอบรู้อันเกิดจากภูมิปฏิภาณของผู้ใกล้เป็นสัพพัญญูเยี่ยงท่าน ผู้เป็นองค์อรหันต์แต่โบราณกาลมานั้น เข้าบำเพ็ญธรรมกิจ เพื่อให้บรรลุผลในทางอิทธิบารมี จนสามารถอาจดลบันดาลให้ผลดี ตามความต้องการของบุคคลที่เป็นคนดีสมมโนรสปรารถนา ดังนั้น ก็สามารถพูดได้ว่า วิทยาอาคมของท่านมิใช่ในแนวทางไสยศาสตร์ หลวงพ่อจงเมื่อให้นิ่งของปลุกเสกของท่านแก่ผู้ใด ท่านจะต้องบอกเตือนสติด้วยการให้คติเสมอว่า ขอให้รักษาตัว รักษาใจไว้ให้จงดี ศีลธรรมอย่าลืม หากหมั่นบูชาพระ รำลึกถึงพระ และหมั่นศรัทธาปฏิบัติพระธรรมคำสอนของสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าอยู่เป็น นิตย์แล้ว ยากนักจะมีโพยภัยเหล่าใดเบียดเบียนบีฑาราวี ขอให้ท่องไว้ในใจเสมอว่า เวรย่อมมีขึ้นเฉพาะเมื่อได้มีการก่อเวร มีหนี้ก็หนีไม่พ้น จะต้องชดใช้เขาในเวลาหนึ่ง คนเราไม่ทำบาปพึงไว้ใจได้ว่า ต้องไม่มีบาปใดติดตามสนองปองผลาญ จงหมั่นแจกจ่ายเมตตาอย่าให้ขาดสาย คงต้องได้กุศลแรงกว่ากุศลอื่นใดหลายเท่านัก สอนสั่งครั้งสุดท้าย ครั้นต่อมาในวันที่ 14 มกราคม พ.ศ.2508 หลวงพ่อจงได้ล้มป่วยลงเป็นอัมพาตทางด้านขวาของร่างกายหมดความรู้สึก แต่ใบหน้าของท่านยังอิ่มเอิบ ผิวพรรณผ่องใสมาก ท่านมีอาการยิ้มแย้มเหมือนไม่รับทราบความเจ็บป่วยนั้น ลูกศิษย์ลูกหาพากันห่วงใยเป็นอย่างยิ่ง ได้ตามนายแพทย์จากกรุงเทพฯไปรักษา ท่านพยายามห้ามปรามอย่างไรก็ไม่เป็นผล ท่านบอกแก่ลูกศิษย์ว่า “ตามหมอมาก็ไม่มีประโยชน์ ป่วยคราวนี้ไม่มีวันหาย อย่าห่วงเลยนะ มันจะเจ็บ มันจะป่วย มันจะตาย ไปห้ามมันไม่ได้ ลูก ๆ ทุกคนจงจำไว้ เวลาจะเจ็บ เวลาจะป่วย เวลาจะตาย อย่าเอาจิตไปเกาะเกี่ยวเวทนา จะได้ไม่เกิดทุกข์” นี่คือคำสั่งสอนครั้งสุดท้ายของ หลวงพ่อจง พุทธัสสโร ที่ให้ลูกศิษย์เห็นถึงคุณวิปัสสนาญาณชั้นสูง ถึงสังขารุเปกขาญาณ จากนั้นมา ท่านก็นอนนิ่ง นาน ๆ จะหายใจสักครั้ง ทราบจากลูกศิษย์ที่ใกล้ชิดว่า ท่านเข้าสมาบัติอนุโลมปฏิโลมตลอดเวลา จนกระทั่งถึงวันอังคาร ตรงกับวันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 3 ปีมะโรง อันเป็นวันมาฆบูชา ตรงกับวันที่ 19 กุมภาพันธ์ พ.ศ.2508 เวลา 01.55 น. ท่านก็ถึงแก่มรณภาพด้วยอาการสงบเหมือนคนนอนหลับ ท่ามกลางความโศกสลดในมวลหมู่ลูกศิษย์ที่นั่งเฝ้าโดยใกล้ชิดทั้งหลายนั่นเอง ......... วิธีใช้วัตถุมงคล หลวงพ่อจง วัดหน้า..... « เมื่อ: ๑๙ มิ.ย. ๕๒, ๑๖:๑๕:๑๔ » -------------------------------------------------------------------------------- ตำหรับของหลวงพ่อจงใช้ทางเมตตามหานิยม มหาอำนาจแคล้วคลาดคงกระพัน แลกันเขี้ยวงา กันไข้ป่าดง กันสัตว์ร้ายทางบกทางน้ำ เป็นเสน่ห์แก่ชายหญิง ไปเหนือไปใต้สารทิศใดมีคนเกรงกลัว เอาไว้แก่ตัวคนพาลจะทำร้ายมิได้ แขวนไว้หัวนอน กันโจรผู้ร้าย กันฟืนไฟต่างๆ ใช้ได้ ๑๐๘ ประการ ดีนักแล เมื่อท่านจะไปไหน ให้ระลึกถึงหลวงพ่อจง ให้ตั้งนะโม 3 หน ?อิทธิ ฤทธิ พุทธนิมิตตัง ขอเดชะเดชัง ขอเดชเดชะ จงมาเป็นที่พึ่งแก่ มะอะอุ บัดเดี๋ยวนี้เถิด? ว่าสามเที่ยวหรือเจ็ดเที่ยว ปลาตะเพียนเงิน-ทอง ทำพิเศษของหลวงพ่อจง วัดหน้าต่างนอก วิธีใช้ปลาตะเพียนเงิน ? ทองคู่ ทำด้วยเนื้อเงินบริสุทธิ์ของหลวงพ่อจงมีดังนี้ ค้าขายทางเรือให้ติดที่หัวเรือ ๑ ตัว ท้ายเรือ ๑ ตัว ถ้าตั้งร้านค้าขาย ให้เอาเชือก ผูกแขวนหน้าร้านทั้งคู่ ถ้าทำนา ทำไร่ และสวน ให้ใส่กระป๋องปิดฝาฝังดินไว้ ป้องกันข้าวกล้า ในนาไม่ให้เป็นอันรายต่างๆ มีหนอนกอเป็นต้น ถ้าค้าขายหาบคอน ให้ใส่ก้นหาบละตัว ถ้าจะไปใหนให้เอาติดไปกับตัวเป็น เมตตามหานิยมแล คาถาสำหรับใช้น้ำพรมปลาตะเพียน ขายของดี นะชาลีติ สัพเพชะนานัง พหูชะนานัง เอหิจิตตัง ปิยังมามา วิธีใช้แหวนรูปของหลวงพ่อจง วัดหน้าต่างนอก อยุธยา แหวนนี้ทำด้วยเงินบริสุทธิ ประกอบไปด้วยคุณพระ ใช้ในทางเมตตามหานิยม คงกระพันแคล้วคลาดและกันเขี้ยวงา กันกระทำผีและคุณ ถ้าตะขาบแมลงป่องกัด ให้ใช้ถูที่แผล ไดผลแก่ผู้ใช้มามาก มีผู้นิยม ใช้ได้ทั้งหญิงชาย ก่อนจะสวมแหวนนี้ ให้ระลึกถึงหลวงพ่อ แล้วตั้งนะโม 3 หน ให้ว่า พุทธังราธนานังกะโรมะ ธัมมังราธนานังกะโรมะ สังฆังราธนานังกะโรมะ พุทธังรักษา ธัมมังรักษา สังฆังรักษา หลวงพ่อจงรักษา เมื่อท่านสวมแหวนแล้ว ให้นึกตามปรารถนาเถิด ประสิทธิ์นักแล คุณสมบัติ และวิธีปฏิบัติ ใช้พระยันต์ ตะกรุดมหารูด มงคลชาตรี โทน คำอาราธนาปลุกเสก อธิษฐาน ให้ท่านเอามือลูบคลำตะกรุดว่าดังนี้ ตั้งนะโม 3 จบ พุทธังสะระณังคัจฉามิ ธัมมังสะระณังคัจฉามิ สังฆังสะระณังคัจฉามิ อิติปิโสภะคะวา จนถึงภะคะวาติ ว่าสามจบ พุทธังอาราธนานัง ธัมมัง อารธนานัง สังฆัง อาราธนานัง ขอบารมีของพระพุทธเจ้ากับยันต์ที่เป็นมหารัตนบัลลังก์ ของพระพุทธเจ้านี้ จงดลบันดาลให้เป็นคงกระพันชาตรี แคล้วคลาดมหาอำนาจ เมตตามหานิยม มหาเสน่ห์แกมนุษยทั้งหลาย โดยอำนาจบารมี ของพระพุทธเจ้ากับยันต์มหารัตนบัลลังก์ ขออาราธนาจงบันดาลโดยเร็ว พุทธังรักษา ธัมมังรักษา สังฆังรักษา พระบิดารักษา พระมารดารักษา พระอินทร์รักษา พระพรหมรักษา ครูบาอาจารย์รักษา อิมังองคพันธนังอธิษฐามิ แล้วจึงปลุกเสกในยามฉุกเฉิน ด้วยคาถานี้ อิติสุคะโต อุสุวิหิสุ พุทธะสังมิ พุทธะสังมิ มะอะอุ อุกัณหะเนหะ อุทธัง อัทโธ โธอุท ธังอัท หังระอะ อะนะปัสสะ ๓- ๗ จบ เมื่อจะเข้ารณรงค์สงคราม ให้รูดไว้ข้างหน้าเหนือสะดือ จะแคล้วคลาดอาวุธทั้งหลาย ปืนไฟ ธนูหน้าไม้ หอกดาบ แหลนหลาว ขวากหนามทั้งปวง ถ้าหนีศัตรูให้รุดไว้ข้างหลัง ศัตรูไล่ตามไม่ทันเลย ถ้าจะเข้าหาขุนนางท้าวพระยา สมณะชีพราหมณ์ทั้งหลาย ให้รูดไว้ข้างขวา ถ้าจะเข้าหานางพญาศัตรี เจรจาพาที รูดไว้ทางซ้าย ถ้าจะแข่งวัวแข่งควายแข่งเรือ ช้างม้า วิ่งแข่ง เมื่อเริ่มออกให้รูดเอาตะกรุดไว้ตรงสะดือ ถ้าออกเลยข้างหน้าแล้ว เอาไว้ข้างหลังเขาตามมิทันเลย พระยันต์ ตะกรุดมหารูดมหามงคล มหาชาตรีโทนนี้ มีพระคุณประเสริฐที่สุด มนุษย์ผู้ใดมีพระยันต์นี้ประจำตัวเอาไปด้วย จะไม่ตายด้วยอาวุธทั้งหลาย ย่อมเจริญศรี ด้วยยศศักดิ์ทุกประการ และกันกระทำภูตผีปิศาจทั้งหลาย ถ้ามีทุกข์ร้อนอันใดก็ดี ให้เอาพระยันต์ตะกรุดนี้ อาราธนาแช่น้ำทำน้ำพระพุทธมนต์ได้ทุกอย่าง ให้ปรารถนาเอาเถิด ให้เสกด้วย ไตรสรณาคม และพระอิติปิโส(จนถึง)พุทโธภะคะวาติ ข้างบนนั้น ๓-๗ จบ เมื่อทำแล้วให้เอาน้ำมนต์มาพรมหรืออาบ จะหายสิ้นแล จะประสิทธิ์ได้ทุกอย่าง อย่าสนเทห์เลย ให้หมั่นปลุกเสกไว้เถิดจะศักดิ์สิทธิ์ทุกประการ วิธีใช้เดินทางไม่เมื่อยดังนี้ เมื่อปลุกตะกรุดเสร็จแล้ว จึงเอามือพนมพร้อมด้วนตะกรุด ให้ระลึกถึงคุณพระพุทธเจ้า คุณพระธรรมเจ้า คุณพระสงฆเจ้า คุณครูบาอาจารย์ ตลอดถึงคุณบิดามารดา พระภูมิเจ้าที่ แม่พระธรณี แม่พระคงคา และหลวงพ่อจง ท่านประสิทธิ์ให้อันประเสริฐ แล้วลุกจะเดินทางต่อไปนี้ ขออย่าให้เมื่อยให้เหนื่อย ให้ล้าเลย แล้วจงเสกตะกรุดซ้ำลงไปว่า เสกขาธัมมา อะเสกขาธัมมา เนวเสกขาธัมมา เสกขาธัมมา ดังนี้แล้วจึงเอามือลูบตามแข้งขาบ่าไหล่ ลูบไปให้ทั่วสรพางค์ แล้วกราบลง สามครั้ง ค่อยเดินทางต่อไป พระคาถาสำหรับปลุกเสกพระยันต์ตะกรุด ให้ตั้งนะโม สามจบ แล้วให้ชุมนุมเทวดา แล้วปลุกเสกด้วยพระคาถานี้ พุทโธ พุทธัสสะ อิทธิฤทธิ พุทธะนิมิตตัง ให้ปลุกเสกทุกวันๆดีนัก ตะกรุดจะมีอานุภาพศักดิ์สิทธิ์เข้มแข็งขึ้นอีกดีนักแล พระยันต์ตะกรุดมหารูดมงคล มหาชาตรีโทนนี้ ท่านประสงค์สิ่งใด จงพรรณนาตามแต่จะพึงอธิษฐานเอาเถิด ประเสริฐทุกอันแล พระยันต์ตะกรุดโทนดอกนี้ ตำรากล่าวไว้ มีค่าพันตำลึงทอง ของหลวงพ่อจงวัดหน้าต่างนอก อ.บางไทร จ.พระนครศรีอยุธยา รายชื่อตะกรุดชุด ๑๖ ดอก ของหลวงพ่อจง วัดหน้าต่างนอก จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ?.............................. ใช้ได้ผลมาแล้วในมหาสงคราม 1.เกราะเพชร 2.พรหมสี่หน้า 3.มหานิยม 4.คงกระพัน 5.กันเขี้ยวงา 6.เมตตา 7.แคล้วคลาด 8.กันกระทำ กันคุณ กันผี 9.กันไฟ 10.มหาอุด 11.กันภัยทางอากาศ 12.เดินทางไกลไม่เหนื่อย ไม่เมื่อยล้า 13.กระทู้ ๗ แบก 14.กันฟ้าผ่า 15.นะจังงัง 16.มหารูด อมมะปลุกๆ กูจะปลุกรูปพระแลนา พระเลขยันต์แลคาถา กูจะปลุกเขี้ยวแลงา พระครุฤาษี พระอุนนะรุตตะเถระประสิทธิ์ไว้ให้แก่กู พุทธังสะระติ ธัมมังสะระติ สังฆังสะระติ ฯ ให้ปรารถนาแลพิสถานใช้เอาเถิด ประเสริฐทุกอันแล วิธีใช้เดินทางไม่เมื่อยดังนี้ เมื่อปลุกตะกรุดเสร็จแล้ว จึงเอามือพนมพร้อมด้วนตะกรุด ให้ระลึกถึงคุณพระพุทธเจ้า คุณพระธรรมเจ้า คุณพระสงฆเจ้า คุณครูบาอาจารย์ ตลอดถึงคุณบิดามารดา พระภูมิเจ้าที่ แม่พระธรณี แม่พระคงคา และหลวงพ่อจง ท่านประสิทธิ์ให้อันประเสริฐ แล้วลุกจะเดินทางต่อไปนี้ ขออย่าให้เมื่อยให้เหนื่อย ให้ล้าเลย แล้วจงเสกตะกรุดซ้ำลงไปว่า เสกขาธัมมา อะเสกขาธัมมา เนวเสกขาธัมมา เสกขาธัมมา ดังนี้แล้วจึงเอามือลูบตามแข้งขาบ่าไหล่ ลูบไปให้ทั่วสรพางค์ แล้วกราบลง สามครั้ง ค่อยเดินทางต่อไป ตะกรุดพวงนี้เมื่อท่านจะไปสารทิศใด ท่านว่าให้ปรารถนาใช้เอาเถิด ประสิทธิ์ทุกอัน วิธีใช้มหารูดสำหรับที่ 15 และ 16 คู่หางเชือก ถ้าสูให้อยู่ข้างหน้า ถ้าหนีให้อยู่ข้างหลัง ถ้าเข้าหาเจ้านายให้อยู่ข้างขวา ถ้าเข้าหาผุ้หญิงให้อยูทางซ้าย ต้นเชือกคือทางบ่วง เลขที่ 1 และ 2 วิเศษนักแล วิธีเลี้ยงรัก-ยมของหลวงพ่อจง วัดหน้าต่างนอก ต.หน้าไม้ อ.บางไทร จ.พระนครศรีอยุธยา เมื่อผู้ใดบุชาไปแล้วจงกระทำการเซ่นเสียก่อน ๓ วันติดกัน ของที่เซ่นนั้นมี 1. ข้าวปากหม้อ 2.ขนม 3.ไข่ และน้ำ และเครื่องดอกไม้ธูปเมียนบูชาครูพร้อม ให้เลือกพิสถานเมื่อเวลาเซ่นคล้ายบอกว่า เจ้ารัก-เจ้ายม จงมาอยู่กับพ่อหรือแม่ก็ตาม เจ้าจงว่านอนสอนง่าย และจงช่วยพ่อและแม่ ให้เจริญรุ่งเรืองยิ่งขึ้น พ่อกับแม่จะใช้ไปทางใหน เจ้าจงไปตามคำของพ่อและแม่ดังนี้เป็นต้น เมื่อเสร็จจากการเซ่น ๓ วัน แล้วต่อไปก็เพียงแต่เรียกร้องให้มากินข้าวด้วยกันทุกๆครั้ง ในเมื่อรับประทานอาหาร และจงหมั่นล้อหมั่นเลียน หมั่นเล่นเสมอ ๆ วิญญาณของเขาจะได้อยู่กับเราไปเรื่อยๆ ต่อแต่นี้ไปเมื่อเวลาเราจะไปไหน ก็จะชักชวนเขาไปด้วย การชักชวนเขาไปนั้นควรบอกจุดประสงค์ ว่าจะไปทำอะไรในทางที่ดี หรือไปหาลาภ ในเมื่อได้ผลสำเร็จแล้ว ควรจะมีของรางวัลให้เขาทุกครั้งไป เช่นเขาชอบ น้ำมันจันทน์ หรือน้ำมันหอม เป็นต้น บางทีเวลาเรานอนในสถานที่ต่างๆ เกรงว่าจะเป็นอันตราย เราก็บอกให้รัก-ยม รักษาคุ้มครอง สุดแต่เราจะพูดปรารถนาของเรา รัก-ยม เขาช่วยปลุกเราได้ ในเมื่อเราเซ่นจนขึ้นแล้ว บางเขาทำอะไรตกมาตึงตังมาให้เราตื่น ที่เขาไปใช้กันขลังๆนั้น ถึงกับ เป็ดไก่ขึ้นบ้านไม่ได้ บางทีมีคนมาพัก หรืออาศัยบ้านของเรา ควรบอกเล่าให้เขารู้เสีย ถ้าไม่บอก รัก- ยม จะกวนคืนยันรุ่ง เช่นหยิบโน่นหยิบนี่เป็นต้น บางคนเอาไปใช้ถูกปืนยิงตั้งหลายครั้ง ไม่รู้ลูกไปไหนหมด ได้ปรากฏจากปากคนอื่นมาแล้วหลายราย แต่รัก-ยมนี้ ทางสัณฐานของคนทั่วไป กล่าวว่าใช้ดีในทางค้าขาย ซื้อง่ายขายคล่อง เมตตามหานิยม มหาเสน่ห์ รัก-ยม สามารถจะเข้าดลใจผู้อื่น ให้อ่อนลงได้ง่าย รัก-ยมนี้คล้ายของกายสิทธิ์ สุดแต่จะปรารถนาเอาเถิด แต่บุคคลที่ใช้รัก-ยม ต้องปฏิบัติตนเป็นคนมีศีลธรรม และวาจาให้เป็นสัจจะจริงๆ อย่าพูดเหลวไหลกลับกลอกไม่ได้ ตามที่ปรากฏมาแล้วหลายท่าน บางทีชักชวนเขาไปเล่นการพนัน ไปหาลาภ ไปในทางผู้หญิงก็มี การที่เราชักชวนไปไหนก็ตาม ถ้าสำเร็จตามความประสงค์แล้ว ควรรางวัลเขาทุกครั้งไป จะได้ลาภสมความประสงค์ของท่านแล ฯ คาถาเรียกปลุกและเรียกกินข้าว จัตตุระภูตานัง อะหังวายัง อมมะหาระกุมาริง รัก- ยมมารับโภชนา อาคัจฉาหิติวัตตัพโพ อาคัจฉัยหิมาลูกมา เรียกไปด้วยกัน หรือขอนิมิตร ขอลาภ เอหิจาตะ ปิยะปุตตะ ปุเรถะมะปาระมิง หัตทะยังเมภิสิณ จะถะพุทโธ บุพพนิมิตตัง ปิยะปุตตัง สัพพะลาภัง กะโรถะวะจะนัง ปิยังนำมามะมา
ประเภทพระ : รูปถ่าย&ล๊อกเก็ต / พระภาคกลาง
ร้าน : พระเครื่องราชพัฒน์ ( เปิดร้านวันที่ 24/09/2553 )
โทรศัพท์ : 095-9155197 AIS
Facebook :
Line ID :
จำนวนผู้ชม : 9677
ข้อควรระวังในการเช่าพระผ่านเว็ปไซต์/// ต้องตรวจสอบพระ และตกลงเงื่อนไขการรับประกันให้เรียบร้อย
หากไม่เคยติดต่อ หรือรู้จักผู้ให้เช่ามาก่อนแนะนำให้นัดดูองค์จริง ทางเวปเป็นสื่อกลาง ไม่มีส่วนในการเช่าพระ

แชร์หน้านี้
บริษัท พีเอเอสเค กรุ๊ป จำกัด เลขที่ 8 ซอยกาญจนาภิเษก 39 แยก 10 แขวงดอกไม้ เขตประเวศ กรุงเทพมหานคร 10250
โทร 08-7679-6060 / E-Mail : prapantip@gmail.com / Line ID : prapantip
สงวนสิทธิ์ © 2010-2015 PRAPANTIP.COM ONLINE. All Rights Reserved.

พระเครื่อง