จัดการร้านพระ
หน้าแรก | กฏระเบียบ | ร้านพระทั้งหมด | สมัครเปิดร้านค้า | ติดต่อเวป
ชื่อสินค้า : เหรียญทำน้ำมนต์หลวงพ่อฤาษี(พระเครื่องราชพัฒน์)
ราคา/สถานะ :
ข้อมูลทั่วไป : เหรียญทำน้ำมนต์หลวงพ่อฤาษี วิธีทำน้ำมนต์ ตามตำราหลวงพ่อฤาษีลิงดำ ให้เอาน้ำใส่บาตร แล้วเพ่งจิตสู่ก้นบาตร ระลึกถึงคุณพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ ในอดีตถึงปัจจุบันทั้งหมด แล้วสวดอิติปิโส ๓ ห้อง ขณะสวดเพ่งจิตสู่ก้นบาตร แล้วอธิฐานว่า ขอกระแสน้ำนี้ จงซาบซ่านไปทั่วสรรพทางกาย กำจัดโรคพยาธิของมนุษย์ทั้งหลาย สัตว์ทั้งหลาย ให้หายโดยฉับพลัน แล้วสวดอิติปิโส ต่อไปจนจบ อธิฐานตามเดิมอีกครั้ง เอามือวนรอบบาตร ว่า อิติปิโส ๓ ห้องอีก ๑ รอบ เป็นอันเสร็จพิธี วิธีเอาวัตถุมงคลทำน้ำมนต์ จัดเครื่องสักการะบูชาเท่าที่หาได้ ไหว้พระ แล้วเอาวัตถุมงคลใส่มือ ตั้งจิตอธิฐานว่า ข้าพเจ้าขออาราธนาบารมี พระพุทธเจ้าทุกๆพระองค์ พระปัจเจกพุทธเจ้าทุกๆพระองค์ พระธรรม และพระอริยะสงฆ์สาวกทั้งหลาย สืบๆกันมา มีองค์หลวงปู่ปาน และองค์หลวงพ่อพระราชพรหมยาน เป็นที่สุดตลอดถึงพรหมและเทวดาทั้งหมด และ(ออกชื่อวัตถุมงคลที่อยู่ในมือ เป็นลูกแก้วก็ดี เหรียญทำน้ำมนต์ก็ดี พระพุทธรูปก็ดี ว่าไปตามวัตถุมงคลที่มีอยู่) ขออาราธนาเชิญมาประชุมในที่นี้ ขอให้พระคุณทั้งหลายที่กล่าวอาราธนามาทั้งหมดนี้ ขอได้โปรดสงเคราะห์ ทำน้ำในบาตรนี้ ขอให้เป็นยาทิพย์อันศักดิ์สิทธิ์ เมื่อคนเจ็บป่วยนั้นกินและทาแล้ว ขอให้รักษา ขอให้คนป่วยหายจากโรคภัยไข้เจ็บนั้นทันทีทันใด ขัดข้องอย่างใดอย่างหนึ่งขอให้คุณพระคุณเทพ คุณสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลายจงช่วยขจัดปัดเป่าให้หายวันหายคืน ข้าพเจ้าขออาราธนาพระบารมีพระคุณทั้งหลาย จงช่วยโปรดสัตว์ด้วยเถิดฯ แล้วนำวัตถุมงคลนั้นลงแช่ในบาตร หรือในขันน้ำที่เตรียมมานั่งรอสัก ๕ นาที แล้วกราบ ๓ หน เอาน้ำที่อธิฐานนี้ให้คนป่วยดื่มแล้วเอาน้ำลูบศีรษะคนไข้ แขน ตลอดทั่วตัว ใช้พระคาถาพระพุทธเจ้า ๑๖ พระองค์ กำกับไปด้วยว่า 'นะมะ นะอะ นอกอ นะกะ กอออ นออะ นะอะ กะอัง อุมิ อะมิ มะหิ สุตัง (สุสะ นิติ ลิสะ ลิยัง หรือ สุนะพุทธัง อะสุนะอะ) แล้วเป่าหัวคนป่วยด้วยพระคาถาขับผีว่า 'คัจฉะ ปาปิมะ' ให้คนป่วยกินน้ำมนต์ไปจนกว่าจะหาย ถ้าเป็นจำพวกผ้ายันต์ก็ทำแบบเดียวกัน บูชาไฟ ไหว้พระอาราธนาเหมือนกัน แต่ให้นำผ้ายันต์โบกเหนือขันน้ำมันต์ ๓ ครั้ง ไม่ต้องแช่น้ำ พระเดชพระคุณหลวงพ่อพระราชพรหมยาน เกิดเมื่อวันพฤหัสบดีที่ 28 มิถุนายน 2460 ตรงกับวันขึ้น 9 ค่ำ เดือน 8 ปีมะเส็ง (ตามใบสุทธิ) เดิมชื่อสังเวียน เป็นบุตรคนที่ 3 ของ นายควง นางสมบุญ สังข์สุวรรณ เกิดที่ตำบลสาลี อำเภอบางปลาม้า จังหวัดสุพรรณบุรี มีพี่น้องร่วมมารดาบิดาเดียวกันรวม 5 คน คือ 1. นายวงษ์ สังข์สุวรรณ เกิดปี พ.ศ. 2453 ปีจอ ถึงแก่กรรมเมื่อพฤศจิกายน 2513 2. นางสำเภา (สังข์สุวรรณ) ยาหอมทอง เกิดเมื่อปี พ.ศ.2457 ปีขาล 3. พระราชพรหมยาน (พระมหาวีระ (สังข์สุวรรณ) ถาวโร เดิมชื่อ สังเวียน เกิดปี พ.ศ. 2460 ปีมะเส็ง) 4. พระครูพิศาลวุฒิธรรม (พระมหาเวก (สังข์สุวรรณ) อกฺกวํโส) เดิมชื่อหวั่น เกิดปี พ.ศ. 2463 ปีวอก อยู่วัดดาวดึงษาราม กรุงเทพมหานคร 5. ด.ญ. อุบล สังข์สุวรรณ เดิมชื่อพัว เกิดปี พ.ศ.2468 ปีฉลู ถึงแก่กรรมตั้งแต่อายุ 4 ขวบ พ.ศ. 2466 เข้าเรียนหนังสือที่โรงเรียนประชาบาลวัดบางนมโค จนจบชั้นประถมปีที่ 4 อำเภอเสนา จังหวัดพระนครศรีอยุธยา พ.ศ. 2475 เข้ามาอยู่กับท่านยายที่บ้านหน้าวัดเรไร อำเภอตลิ่งชัน จังหวัดธนบุรี ในสมัยนั้น และได้ศึกษาวิชาแพทย์แผนโบราณ พ.ศ. 2479 เข้าเป็นเภสัชกรทหารเรือ สังกัดกรมการแพทย์ทหารเรือ พ.ศ. 2480 อุปสมบทเป็นพระภิกษุ เมื่อวันที่ 16 กรกฎาคม พ.ศ. 2480 เวลา 13.00 น. ณ วัดบางนมโค อำเภอเสนา จังหวัดพระนครศรีอยุธยา โดยมีพระครูรัตนาภิรมย์ เป็นพระอุปัชฌาย์ พระครูวิหารกิจจานุการ เป็นพระกรรมวาจาจารย์ พระอาจารย์เล็ก เกสโร เป็นพระอนุสาวนาจารย์ พ.ศ. 2481 สอบได้นักธรรมตรี พ.ศ. 2482 สอบได้นักธรรมโท พ.ศ. 2483 สอบได้นักธรรมเอก ในระหว่างปี พ.ศ. 2480 - 2484 ได้ศึกษาพระกัมมัฏฐานจากครูบาอาจารย์หลายท่าน อาทิ เช่น พระครูวิหารกิจจานุการ (ปาน โสนันโท) วัดบางนมโค, หลวงพ่อจง พุทธสโร วัดหน้าต่างนอก พระอาจารย์เล็ก เกสโร วัดบางนมโค พระครูรัตนาภิรมย์ วัดบ้านแพน พระครูอุดมสมาจารย์ วัดน้ำเต้า หลวงพ่อสุ่น วัดบางปลาหมอ หลวงพ่อเนียม วัดน้อย หลวงพ่อโหน่ง วัดอัมพวัน(วัดคลองมะดัน) และหลวงพ่อเรื่อง วัดใหม่พิณสุวรรณ พ.ศ. 2484 เข้ามาจำพรรษาที่ช่างเหล็ก อำเภอตลิ่งชัน จังหวัดธนบุรี เพื่อเรียนบาลี ต่อมาได้ย้ายมาอยู่วัดอนงคาราม พ.ศ. 2487 สอบได้เปรียญธรรม 4 ประโยค พ.ศ. 2492 ออกจากวัดประยูรวงศาวาส ไปอยู่วัดลาวทอง จังหวัดสุพรรณบุรี พ.ศ. 2494 กลับไปเป็นเจ้าอาวาสวัดบางนมโค พ.ศ. 2500 อาพาธหนักต้องเข้ารักษาตัวที่โรงพยาบาลกรมแพทย์ทหารเรือ 2 ปี พ.ศ. 2502 ออกจากโรงพยาบาลมาพักฟื้นที่วัดชิโนรส กรุงเทพมหานคร พ.ศ. 2503 ย้ายจากวัดชิโนรสมาอยู่ที่วัดโพธิ์ภาวนาราม อำเภอเมือง จังหวัดชัยนาท ขณะนั้นยังเป็นสำนักสงฆ์อยู่ พ.ศ. 2506 ไปอยู่วัดพรวน อำเภอเมือง จังหวัดชัยนาท พ.ศ. 2507 กลับมาอยู่วัดโพธิ์ภาวนาราม เริ่มรับศิษย์เรียนกรรมฐาน พ.ศ. 2508 ไปอยู่วัดปากคลองมะขามเฒ่าอำเภอเมือง จังหวัดชัยนาท พ.ศ. 2510 ไปสอนกรรมฐานและจำพรรษาที่วัดสะพาน อำเภอเมือง จังหวัดชัยนาท พ.ศ. 2511 ย้ายมาอยู่วัดจันทาราม (ท่าซุง) ตำบลน้ำซึม อำเภอเมือง จังหวัดอุทัยธานี บูรณะซ่อมสร้าง และขยายวัดท่าซุงจากเดิมมีที่ดิน 6 ไร่ เศษ จนกระทั่งเป็นวัดที่มีบริเวณพื้นที่ 289 ไร่เศษ มีอาคารและถาวรวัตถุต่าง ๆ สิ้นค่าก่อสร้างทั้งสิ้น 611 ล้านบาทเศษ พ.ศ. 2520 ตั้งเป็นศูนย์สงเคราะห์ผู้ยากจนในถิ่นทุรกันดาร ตามพระราชประสงค์ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว 24 เมษายน 2520 ตั้งมูลนิธิหลวงพ่อปาน – พระมหาวีระ ถาวโร 31 ตุลาคม 2520 สร้างโรงพยาบาลแม่และเด็กท่าซุงมอบให้กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข พ.ศ. 2526 สร้างตึกพักคนไข้อีก 2 ตึก และมอบให้โรงพยาบาล พ.ศ. 2527 ได้รับพระราชทานสมณสักดิ์เป็นพระราชาคณะชั้นสามัญเปรียญวิ.(ป.ธ.4 น.ธ.เอก) ที่ “พระสุธรรมยานเถระ” พ.ศ. 2528 สร้างโรงเรียนพระสุธรรมยานเถระวิทยา พ.ศ. 2532 ได้รับพระราชทานเลื่อนสมณศักดิ์เป็นพระราชาคณะชั้นราชที่ “พระราชพรหมยานไพศาลภาวนานุสิฐมหาคณิสสรบวรสังฆารามคามวาสี” ตุลาคม พ.ศ. 2535 พระเดชพระคุณหลวงพ่อพระราชพรหมยานได้อาพาธด้วยโรคปอดบวมอย่างแรง และติดเชื้อในกระแสโลหิต ได้เข้ารักษาในโรงพยาบาลศิริราช และมรณภาพที่โรงพยาบาลศิริราช เมื่อวันศุกร์ที่ 30 ตุลาคม 2535 เวลา 16.10 น. ตลอดระยะเวลาที่อุปสมบทอยู่หลวงพ่อพระราชพรหมยานได้ทำหน้าที่ของพระสงฆ์ในพระพุทธศาสนาอย่างสมบูรณ์ กล่าวคือ ทางด้านชาติ ได้สร้างโรงพยาบาล สร้างโรงเรียน จัดตั้งธนาคารข้าว ออกเยี่ยมเยียนทหารหาญของชาติและตำรวจตระเวณชายแดนตามหน่วยต่าง ๆ เพื่อปลุกปลอบขวัญและกำลังใจ และแจกอาหาร ยา อุปกรณ์อำนวยความสะดวก และวัตถุมงคลทั่วประเทศ ทางด้านพระศาสนา ได้ สั่งสอนพุทธบริษัท ศิษยานุศิษย์ ให้มุ่งพระนิพพานเป็นหลัก โดยให้ประพฤติปฏิบัติ กาย วาจา ใจ ในทาน ในศีล และในกรรมฐาน 40 ทัศ และมหาสติปัฏฐานสูตร ได้พิมพ์หนังสือคำสอนกว่า 45 เรื่อง และบันทึกคำสอนกว่า 1,000 เรื่อง นอกจากนี้ ยังได้แสดงพระธรรมเทศนาทางสถานีวิทยุกระจายเสียง และวิทยุโทรทัศน์ เป็นครั้งคราว นอกจากนี้ยังเดินทางไปสงเคราะห์คณะศิษย์ในต่างจังหวัด และต่างประเทศทุก ๆ ปี ทางด้านวัตถุ ท่านได้ช่วยสร้างพระพุทธรูป และถาวรวัตถุไว้ในพระพุทธศาสนามากกว่า 30 วัด รวมทั้งการบูรณะฟื้นฟูวัดท่าซุงด้วยเงินกว่า 600 ล้านบาท ได้สร้างพระไตรปกฏกหนังสือมูลกัจจายน์ และถวายผ้าไตรแก่วัดต่าง ๆ ปีละไม่ต่กว่า 200 ไตร ทางด้านพระมหากษัตริย์ ท่านได้สนองพระราชดำริ ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว โดยการจัดตั้งศูนย์สงเคราะห์ผู้ยากจนในถิ่นทุรกันดาร ตามพระราชประสงค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 ศูนย์ฯ รวมถึงการแจกเสื้อผ้าอาหาร และยารักษาโรคแก่ราษฎรผู้ยากจน การช่วยเหลือผู้ประสบภัยทางธรรมชาติ การส่งหน่วยแพทย์เคลื่อนที่ออกรักษาพยาบาลราษฎรผู้เจ็บป่วย การให้ทุนนักเรียนที่เรียนดีแต่ยากจน การบริจาคทรัพย์ให้แก่มูลนิธิและโรงพยาบาลต่าง ๆ นับได้ว่า พระเดชพระคุณหลวงพ่อพระราชพรหมยาน เป็นปูชนียบุคคลผู้อยู่ด้วยความกรุณาเป็นปกติ พร่ำสอนธรรมะและสิ่งที่เป็นประโยชน์ และสงเคราะห์เกื้อกูลมหาชนด้วยเมตตามหาศาล สมกับเป็นศากยบุตรพุทธชิโนรสแท้องค์หนึ่ง
ประเภทพระ : เหรียญหล่อ&ปั๊ม / พระเนื้อชิน โลหะ สำริด / พระภาคกลาง
ร้าน : พระเครื่องราชพัฒน์ ( เปิดร้านวันที่ 24/09/2553 )
โทรศัพท์ : 095-9155197 AIS
Facebook :
Line ID :
จำนวนผู้ชม : 5031
ข้อควรระวังในการเช่าพระผ่านเว็ปไซต์/// ต้องตรวจสอบพระ และตกลงเงื่อนไขการรับประกันให้เรียบร้อย
หากไม่เคยติดต่อ หรือรู้จักผู้ให้เช่ามาก่อนแนะนำให้นัดดูองค์จริง ทางเวปเป็นสื่อกลาง ไม่มีส่วนในการเช่าพระ

แชร์หน้านี้
บริษัท พีเอเอสเค กรุ๊ป จำกัด เลขที่ 8 ซอยกาญจนาภิเษก 39 แยก 10 แขวงดอกไม้ เขตประเวศ กรุงเทพมหานคร 10250
โทร 08-7679-6060 / E-Mail : prapantip@gmail.com / Line ID : prapantip
สงวนสิทธิ์ © 2010-2015 PRAPANTIP.COM ONLINE. All Rights Reserved.

พระเครื่อง