จัดการร้านพระ
หน้าแรก | กฏระเบียบ | ร้านพระทั้งหมด | สมัครเปิดร้านค้า | ติดต่อเวป
ชื่อสินค้า : พระพุทโธน้อย คุณแม่บุญเรือน โตงบุญเติม พิมพ์ใหญ่ ติ่งใต้บัว *องค์นำฤกษ์ เนื้อผง(นิยม) 2494 . รางวัลที่ 2 3 4 งานใหญ่สมาคม ศูนย์ราชการ 🏆🏅🥈🥉
ราคา/สถานะ :
ข้อมูลทั่วไป : ในอดีตกว่าหลายสิบปีที่ผ่านมา ผู้ที่มีอายุตั้งแต่ 40 ปีขึ้นไป (ประมาณพ.ศ.2500 บวกลบ) คงจะเคยคุ้นชื่อของอุบาสิกาท่านหนึ่ง ซึ่งมีชื่อเสียงเป็นที่กล่าวถึงอย่างมากสำหรับสานุศิษย์และคณะผู้ศรัทธา ท่าน คือ "อุบาสิกาบุญเรือน โตงบุญเติม” ผู้สามารถบรรลุธรรมอันวิเศษสำเร็จฌาณ4 และ อภิญญา6 อันเป็นอานิสงส์สูงสุดแห่งชีวิต ปรากฏเป็นปาฏิหาริย์จนเลื่องลือในทางตาทิพย์หูทิพย์ รู้วาระจิตผู้อื่น ล่องหนหายตัวสั่งฟ้า ห้ามฝน และใช้พลังจิตรักษาโรคภัยไข้เจ็บให้คนทั่วไปจนหาย . อุบาสิกาบุญเรือน โดยทั่วไปคนที่เคารพท่านมักเรียกท่านว่า“คุณแม่บุญเรือน” เพราะความเมตตากรุณาที่ท่านมีให้กับทุกคนไม่เลือกชั้นวรรณะอีกทั้ง วางตนประดุจ “แม่” ให้กับทุกคนที่ไปขอความช่วยเหลือจากท่าน เหมือนอย่างที่แม่คนหนึ่งที่ให้แก่บุตรธิดาของตนนั่นเอง . คุณแม่บุญเรือน โตงบุญเติม เคยเล่าถึงเหตุการณ์ตอนที่ท่านจะบรรลุธรรมไว้กับพระรูปหนึ่ง(หลวงตาสุวรรณ) อันมีนัยยะอันสำคัญตอนหนึ่งว่า “ตั้งใจจะขอปฎิบัติธรรมให้สำเร็จอยู่ที่ศาลาวัดสัมพันธวงศ์เป็นเวลา 90 วัน โดยถือศีล 8 บวชเป็นชีนั่งสวดมนต์ภาวนา เจริญวิปัสสนาตามแนวทางของท่านเจ้าคุณพระมหารัชชมังคลาจารย์ เจ้าอาวาสวัดสัมพันธวงศ์ (ในสมัยนั้น) การปฏิบัติธรรมดำเนินไปจนล่วงเข้าวันที่89 ก็ยังไม่สำเร็จธรรมหรือเห็นธรรมแต่ประการใด จึงคิดท้อใจกลับบ้านที่บ้านพักตำรวจปทุมวันได้พบกับสิบตำรวจโทจ้อย ผู้เป็นสามีซึ่งได้ทักมาว่า “กลับมาแล้วหรือ ? เมื่อกลับมาแล้วก็อยู่บ้านเถิด...” . คุณแม่บุญเรือนจึงว่า “เมื่อจะให้อยู่บ้านก็ขอให้โยมจ้อยถือศีล 8 เลิกยุ่งเกี่ยวฉันสามีภรรยาจะได้ไหม ?”สิบตำรวจโทจ้อยก็รับคำ จากนั้นสิบตำรวจโทจ้อยก็ขอตัวออกไปปฏิบัติหน้าที่ราชการ ที่บ้านคงเหลือแต่โยมมารดาของคุณแม่บุญเรือนและหลานๆ 2-3 คน คุณแม่บุญเรือนจึงอาบน้ำนุ่งขาวห่มขาว เตรียมตัวไหว้พระสวดมนต์ ขณะนั้นเป็นเวลาประมาณ21.00 นาฬิกา เดือน 6 ขึ้น 14 ค่ำปี พ.ศ. 2470 . จากนั้น คุณแม่บุญเรือนก็ได้แลเห็นโยมมารดาและหลานๆนอนหลับกันหมดแล้ว โยมมารดานั้นมีอาการกรนส่วนหลานๆ ก็มีอาการละเมอบ่นพึมพำ และกัดฟันกรอดๆ รู้สึกเกิดธรรมสังเวชเบื่อหน่ายต่อสภาพอย่างนั้นขึ้นมาในขณะนั้นทีเดียวว่า“เออ.....สังขารร่างกายนี้ ถึงแม้จะหลับใหลไปแล้ว แต่ก็ยังมีเวทนาผุดซ้อนขึ้นมาอีกนะนี่...” . ท่านจึงคิดอยากหลีกหนีเสียชั่วคราว ครั้นแล้วคุณแม่บุญเรือน ก็ได้นั่งสมาธิกรรมฐานในห้องพระ จนกระทั่งถึงเวลาประมาณตี 2ก็มีอาการแน่นหน้าอก อึดอัด หายใจไม่ออก คล้ายกำลังจะตายจึงตั้งสติว่า “ถ้าจะตายก็ขอให้ตายในตอนนี้เถิดจะได้หมดเวรหมดกรรม ธรรมก็ยังไม่ได้บรรลุเลย”น่าอัศจรรย์ใจยิ่งนัก เมื่อคุณแม่บุญเรือนคิดดังนี้เท่านั้น อาการทุกขเวทนาทั้งปวงก็พลันหายไปสิ้นบังเกิดความสว่างขึ้นมาทั้งตัว มีความใสสว่างอย่างสุดที่จะประมาณรู้ชัดว่าตนเองบรรลุอภิญญาถึง 5 อย่าง มีพระธรรมเข้าประทับเมื่อนึกอยากรู้อยากเห็นอะไร ก็รู้แจ้งแทงตลอดสว่างไสวไปหมดและยังได้อิทธิปาฏิหาริย์อีกด้วย . พระเครื่องของคุณแม่บุญเรือน โตงบุญเติม เป็นพระเครื่องที่ได้รับการยอมรับและได้รับความนิยมในการสะสมอย่างเป็นสากล เนื่องจากมีประสบการณ์สูงมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งในด้านโภคทรัพย์ เมตตา และอธิษฐานได้สำเร็จสมปรารถนาทุกประการ ท่านเป็นอุบาสิกาที่บรรลุธรรมชั้นสูง ทรงอภิญญา การสร้างวัตถุมงคลของอุบาสิกาหรือแม่ชีนั้น คนวงการพระเครื่องบางคนอาจจะรู้จักบ้าง ส่วนคนนอกวงการพระเครื่องอาจจะเกิดคำถามว่า มีด้วยหรือพระเครื่องและวัตถุมงคลที่สร้างโดยแม่ชี ที่เปี่ยมด้วยพุทธคุณขนาดนี้ . "มี" นี่คือคำยืนยันของ นายอรรถวัติ ศิริสิทธิธงไชย หรือ บอย ท่าพระจันทร์ ผู้เชี่ยวชาญเรื่องเหรียญของสมาคมผู้นิยมพระเครื่องพระบูชาไทย บอย ท่าพระจันทร์ บอกว่า แม่ชีบุญเรือน โตงบุญเติม เป็นแม่ชีและผู้หญิงเพียงคนเดียวเท่านั้น ที่อธิษฐานจิตในการจัดสร้างวัตถุมงคลแล้วได้รับความนิยม ทั้งนี้แม่ชีบุญเรือนได้อธิษฐานจิตมอบให้ลูกศิษย์ คือ ปฐวีธาตุหรือศิลาน้ำ (หินหรือกรวดใต้น้ำ) เพราะเชื่อว่ามีความศักดิ์สิทธิ์ มีสรรพคุณครอบจักรวาล มีอานุภาพกันภัย รักษาโรคภัย ตลอดจนคุ้มครองรักษาผู้มีติดตัวไป ลูกศิษย์มักนิยมนำมาใส่ในภาชนะที่ตั้งน้ำอธิษฐานประจำวันเสาร์ รวมทั้งเมื่อต้น พ.ศ.๒๔๙๘ ท่านได้อธิษฐานถุงเขียวเหนี่ยวทรัพย์ แก่ลูกๆ และสานุศิษย์อีกด้วย . ส่วนพระเครื่องของแม่ชีบุญเรือนที่ได้รับความนิยมนั้น คือ "พระพุทโธน้อย" เป็นพระเครื่องขนาดเล็กที่แม่ชีบุญเรือน สร้างขึ้นและอธิษฐานจิตให้ไว้แก่วัดอาวุธวิกสิตาราม ตำบลบางพลัดนอก ธนบุรี เมื่อปี 2494 เมื่อคราวช่วยสร้าง "พระพุทโธภาสชินราชจอมมุนี" พระประธานวัดสารนารถธรรมาราม อำเภอแกลง จังหวัดระยอง ได้อนุญาตให้ "พระอาจารย์สงวน โฆสโก" เจ้าอาวาสวัดอาวุธวิกสิตาราม ในขณะนั้น ซึ่งเป็นศิษย์ร่วมอาจารย์เดียวกันจัดสร้างพระพุทโธน้อย เพื่อแจกจ่ายแก่คณะผ้าป่าสามัคคี ปี 2494 แม่ชีบุญเรือนได้อนุโมทนาและอธิษฐานธรรมให้พร้อมทั้งขอให้สร้างเผื่อให้ด้วยจำนวนหนึ่ง เพื่อที่จะถวายพระมหารัชมังคลาจารย์ วัดสัมพันธวงศ์ ซึ่งเป็นองค์อาจารย์อีกด้วย รูปแบบเป็นพระพิมพ์แบบครึ่งซีก กรอบทรงสามเหลี่ยม ด้านหน้า องค์พระประทับนั่ง แสดงปางมารวิชัย เหนือฐานบัวสองชั้น พระเกศเป็นมุ่นเมาลี พระนาสิกเป็นสันนูน พระเนตรเป็นเม็ดกลมนูน และพระหัตถ์ซ้ายถือหม้อน้ำมนต์ ส่วนด้านหลังมีอักขระขอมจารึกเป็นเส้นลึกอ่านว่า “พุทโธ” . การสร้างพระครั้งนั้น แม่ชีบุญเรือนเขียนบันทึกด้วยลายมือไว้ว่า "นมัสการเรียนพระเดชพระคุณทราบ ดิฉันได้อธิษฐานมา 4 วัน ตั้งแต่วันศุกร์มาถึงวันจันทร์กลางคืน ได้อัญเชิญธรรม ที่พระเดชพระคุณอธิษฐานเมื่อครั้งตั้งพระประธาน และสวมพระรัศมี วันนั้นเทวดาได้ถอนมาให้ แต่ของพระเดชพระคุณได้ลอยอยู่บนนภากาศ ดิฉันได้อัญเชิญประจุองค์พระพุทโธองค์นี้ ให้พระเดชพระคุณแล้ว แต่พระเดชพระคุณจะปรารถนาให้โบสถ์แล้วเร็วๆ แต่พระพุทโธองค์นี้ดิฉันถวายพระเดชพระคุณ เพื่อช่วยในด้านศาสนาให้เจริญด้วย ขอให้พระเดชพระคุณอาราธนาไปพร้อมกับทอดผ้าป่าด้วย เพื่อจะได้ประโยชน์กับวัดสารนารถและพระเดชพระคุณด้วย พุทธบริษัท 4 จะได้เจริญรุ่งเรือง สุกใสตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป กราบนมัสการมาด้วยความเคารพยิ่ง บุญเรือน โตงบุญเติม" . นอกจากนี้แล้วภาพถ่ายเก่าๆ ของแม่ชีบุญเรือน รวมทั้งหนังสืออนุสรณ์ในงานบำเพ็ญกุศลฌาปนกิจศพคุณแม่บุญเรือน ก็เป็นที่แสวงหาเช่น สำหรับผู้ที่ไม่สามารถแสวงหาภาพเก่าของแม่ชีบุญเรือนมาบูชาหรือติดไว้ที่บ้านได้นั้น มีความเชื่อในหมู่ลูกศิษย์รวมทั้งตนก็เชื่อด้วยว่า ภาพถ่ายอธิษฐานของคุณแม่บุญเรือน โตงบุญเติม ถ่าย ณ วัดท่าผา จ.กาญจนบุรี ที่คุณแม่บุญเรือนอธิษฐานไว้ว่า ไม่ว่ารูปนี้จะอัดขยายต่อไปอีกกี่พันกี่หมื่นกี่แสนครั้ง ทุกๆ ภาพก็จะมีความศักดิ์สิทธิ์เสมอกับรูปต้นแบบที่ถ่ายไว้ทุกประการ ด้วยเหตุนี้จึงนำรูปของท่านไปอัดขยายติดไว้ที่ร้าน . สำหรับค่านิยมของพระเครื่องที่อธิษฐานจิตโดยแม่ชีบุญเรือนนั้น พระพุทโธน้อย พิมพ์จัมโบ้ เนื้อขาว สร้างปี ๒๔๙๔ สภาพสวยสมบูรณ์ค่านิยมหลายๆแสนบาท ในองค์แชมป์ๆเคยขึ้นไปถึงระดับเกือบล้านมาแล้ว พระพุทโธน้อย พิมพ์ใหญ่ หลักแสน ส่วนพระพุทโธน้อย พิมพ์กลาง เพิม์เล็ก ค่านิยมประมาณหลักหมื่น รวมถึงพิมพ์พระสมเด็จหลังยันต์และหลังเรียบ และพระสมเด็จพิมพ์ประจำวัน สนนราคาเล่นหาสูงมากเช่นกัน . คุณแม่บุญเรือน โตงบุญเติมเป็นหนึ่งในผู้ทรงฤทธิ์ระดับสุดยอดเพียงไม่กี่องค์นอกเหนือจากหลวงปู่ทิม วัดละหารไร่ ที่คุณชินพร สุขสถิตย์ (ศิษย์เอกหลวงปู่ทิม)ยอมรับความเก่งกล้าสามารถอย่างยิ่งมาโดยตลอด พลังจิตของคุณแม่บุญเรือนนั้นมีความแก่กล้าและสูงส่งอย่างยิ่ง เทียบเท่ากับ หลวงปู่เอี่ยม วัดสะพานสูง และ หลวงปู่ศุข วัดปากคลองมะขามเฒ่า เลยทีเดียว..!!!!!! . หลวงพ่อสนองกตปุญโญ ท่านเล่าถึงคุณแม่ว่า "แม่บุญเรือนนี่อาตมาชอบ หลวงพ่อเคารพแม่บุญเรือนมากที่สุด ท่านสามารถสร้างบารมี ปรารถนาสัมมาสัมโพธิญาณ อะไรที่เป็นบุญท่านสามารถเอาหมด ถือว่าเป็นครูบาอาจารย์ที่เป็นผู้หญิงที่รู้ธรรม รู้จิตคน ครั้งหนึ่ง หลวงปู่สังวาลย์ได้เดินทางไปหาคุณแม่ ขณะนั้นท่านกำลังแสดงฤทธิ์ แกกระทืบเท้า ปึ๊ง!!! ทางนั้นที ทางนี้ที แล้วบอกว่าป้องกันไม่ให้คอมมิวนิสต์เข้าเมืองไทย อย่างมากจะมามาอยู่ได้แค่ชายทะเลกับน้ำโขง เข้ามายึดเมืองไทยไม่ได้ สมัยนั้นประเทศรอบๆโดนเข้ายึดไว้ได้หมดแล้ว แกก็อธิษฐาน ทำเพื่อชาติ หลวงปู่สังวาลย์เห็นดังนั้นก็คิดว่า เอ่ นี่ไม่ใช่คนธรรมดาแล้ว คุณแม่ก็เรียกหลวงปู่สังวาลย์ อ้ายพระ อยู่ตรงนี้ไม่ได้นะ ให้ไปที่วัดอาวุธ ลูกศิษย์ที่อยู่กันตรงนั้นก็ตกใจนึกว่าเป็นพระไม่ดี คุณแม่จึงบอกว่า รู้ไม๊! กูเรียกว่าอ้ายพระเพราะอะไร "อ้าย" แปลว่าพี่ ท่านเป็นพี่กู ท่านใหญ่นะ เป็นพี่แม่บุญเรือน หลวงปู่ท่านก็รักและเคารพผู้หญิงคนนี้ว่าเป็นคนที่หมดกิเลส และมีวาจาสิทธิ์" . "...เรานับถือท่านเป็นพระอรหันต์องค์นึง แล้วเวลาสิ้น กระดูกเป็นพระธาตุหมดเลยนะ เผานี่เป็นพระธาตุหมดเลย เป็นไข่ปลาหมดเลย ไม่ใช่เป็นกระดูกธรรมดา เผาที่วัดธาตุทอง กระดูกนี่เป็นทอง เจ้าอาวาสท่านยังนับถือ ก่อนสิ้นคุณแม่ได้สั่งลูกศิษย์ไว้ว่าให้ใส่ถ่าน 6-7 กระสอบ (ปกติใช้แค่ 3 กระสอบ)พระธาตุจะเยอะมาก เจ้าอาวาสบอกไม่ได้ ใส่ขนาดนั้นเมรุจะแตก ให้แค่ 3 พอท่านไป ลูกศิษย์ก็ใส่ไป 5-6 กระสอบ ขณะเผาไฟนี่แวววาว พระธาตุเต็มไปหมด วันนั้นมีการเก็บกันไปจนหมดเกลี้ยง มีเด็กวัดจบม.6 ที่ทำหน้าที่ล้างทำความสะอาดเมรุหลังจบงาน (ภายหลังเป็นลูกศิษย์ที่บวชเป็นพระแล้ว) คืนนั้นคุณแม่ไปเข้าฝันว่า แม่ให้พระธาตุองค์นึงไว้ติดตัวนะ ไปไหนจะเจริญ รุ่งขึ้นเด็กนี่ก็ไปเก็บกวาดเมรุ แต่ไม่เห็นเหลืออะไรเลยแม้แต่ขี้เถ้า จนแหงนขึ้นไปดูตรงตะแกรง ปรากฏว่ามีเศษกระดูกที่มีพระธาตุไข่ปลาเต็มเลย จึงดีใจว่าคุณแม่ให้เราเป็นพิเศษ หลังจากนั้นมีโอกาศก็นำไปเลี่ยมทองติดตัวไปตลอด ชีวิตมีแต่ความเจริญรุ่งเรือง จนได้ไปทำงานถึงเมืองนอก บริษัทเจาะน้ำมันดิบ เป็นอาจารย์สอนเจาะน้ำมันดิบคนแรกของเมืองไทย เงินเดือนหลายๆแสน ทำอะไรสมปราถนาทุกประการ คนที่เขาสัมผัสธรรมะเอง เขาก็เชื่อก็ศรัทธา ทำบุญกับแม่บุญเรือนไม่มีจน มีลาภ อธิษฐานได้ รักษาโรคเจ็บป่วย ศักดิ์สิทธิ์ อาตมาเล่าย่อๆ พอได้ใจความเท่านี้"
ประเภทพระ : พระเนื้อผง ดิน ว่าน / พระภาคกลาง /พระติดรางวัล
ร้าน : นะพุทธคุณ ( เปิดร้านวันที่ 05/09/2560 )
โทรศัพท์ : 0813569869
Facebook : https://www.facebook.com/setsiri1975
Line ID : lightman1975
จำนวนผู้ชม : 470
ข้อควรระวังในการเช่าพระผ่านเว็ปไซต์/// ต้องตรวจสอบพระ และตกลงเงื่อนไขการรับประกันให้เรียบร้อย
หากไม่เคยติดต่อ หรือรู้จักผู้ให้เช่ามาก่อนแนะนำให้นัดดูองค์จริง ทางเวปเป็นสื่อกลาง ไม่มีส่วนในการเช่าพระ

แชร์หน้านี้
บริษัท พีเอเอสเค กรุ๊ป จำกัด เลขที่ 8 ซอยกาญจนาภิเษก 39 แยก 10 แขวงดอกไม้ เขตประเวศ กรุงเทพมหานคร 10250
โทรสาร 02-029-1069 / E-Mail : prapantip@gmail.com / Line ID : prapantip
สงวนสิทธิ์ © 2010-2015 PRAPANTIP.COM ONLINE. All Rights Reserved.

พระเครื่อง