title แม็กกาซีนพระ บทความและสาระความรู้

พระวัดระฆังหลังฆ้อน พระสมเด็จปรกโพธิ์ เนื้อโลหะ ที่สร้างโดยสมเด็จพระพุทธโฆษาจารย์ (เจริญ) แห่ง วัดระฆังโฆสิตาราม
9 มิถุนายน 2563    4,480

พระวัดระฆังหลังฆ้อน พระสมเด็จปรกโพธิ์ เนื้อโลหะ ที่สร้างโดยสมเด็จพระพุทธโฆษาจารย์ (เจริญ) แห่ง วัดระฆังโฆสิตาราม

พระวัดระฆังหลังฆ้อน พระสมเด็จปรกโพธิ์ เนื้อโลหะ แห่งวัดระฆังโฆสิตาราม

โดย เชน สงขลา


วัดระฆังโฆสิตาราม นับเป็นวัดที่มีพระเครื่องโด่งดังมากมาย โดยในบรรดาพระเครื่องที่ถูกสร้างขึ้น พระสมเด็จเนื้อผงพุทธคุณพิมพ์สี่เหลี่ยมชิ้นฟัก ของเจ้าประคุณสมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต พรหมรังษี) จัดเป็นสุดยอดพระเครื่องมหามงคลอันดับหนึ่งของวงการ หากแต่ในบรรดาพระเครื่องที่สร้างขึ้นที่วัดระฆัง ยังมีพระอยู่ชนิดหนึ่งที่มองข้ามไมได้เลยนั่นคือ พระวัดระฆังหลังฆ้อน ที่สร้างโดยสมเด็จพระพุทธโฆษาจารย์ (เจริญ) แห่งวัดระฆัง
 

สมเด็จพระพุทธโฆษาจารย์ (เจริญ) เดิมคือหม่อมราชวงศ์เจริญ อิศรางกูร ณ กรุงเทพฯ เป็นบุตรหม่อมเจ้าถืก ในสมเด็จพระประพันธวงศ์เธอเจ้าฟ้ากรมขุนอิศรานุรักษ์ เกิดที่บ้านบางอ้อ จ.นครนายก เมื่อวันจันทร์ แรม 12 ค่ำ เดือน 9 ปีมะเส็ง พ.ศ.2400

ในวัยเยาว์ท่านได้ศึกษาอักขระสมัยกับท่านบิดา และเรียนภาษาบาลีในสำนักพระอาจารย์จีน จนกระทั่งอายุได้ 6-7 ปี ท่านบิดาจึงได้นำตัวถวายเป็นศิษย์ของ “หม่อมเจ้าพระสมเด็จพระพุฒาจารย์ (ทัด)" แห่งสำนักวัดระฆัง และได้ศึกษาพระปริยัติธรรม จากอาจารย์หลายๆ ท่าน

นอกจากนี้ยังได้เล่าเรียนต่อด้วยเจ้าประคุณสมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต พรหมรังสี) และสมเด็จพระวันรัต (แดง) แห่งวัดสุทัศน์ อันเป็นพระอาจารย์ของสมเด็จพระสังฆราช (แพ) ครั้นเมื่อถึง พ.ศ.2413 ได้บรรพชาเป็นสามเณร

จนกระทั่งมีอายุครบอุปสมบท พระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 5 ทรงโปรดเกล้าอุปสมบทเป็นนาคหลวง ณ วัดพระศรีรัตนศาสดาราม โดยมีพระพุทธบาทปิลันธน์ (ทัด) เป็นพระอุปัชฌาย์ และได้ศึกษาเรียนรู้ด้วยความหมั่นเพียรจากองค์อุปัชฌาย์ด้วยดี


ครั้งในปี 2439 ได้ทรงเป็นเจ้าอาวาสครองวัดระฆัง แทนสมเด็จพระพุฒาจารย์ (ทัด) ที่ทรงย้ายไปครองวัดพระเชตุพลฯ สมเด็จพระพุทธโฆษาจารย์ (เจริญ) มีความสามารถในการเทศนามหาชาติรวมถึงความสามารถในด้านการปกครองวัดจนเป็นที่เลื่องลือในความเด็ดขาดต่อบรรดานักเลงผู้ประพฤติมิดีมิงาม


ในการสร้างพระเครื่อง สมเด็จพุทธโฆษาจารย์ (เจริญ) ได้สร้างพระเครื่องเนื้อโลหะพิมพ์สมเด็จปรกโพธิ์ขึ้น โดยได้สร้างขึ้น 2 วาระด้วยกัน ครั้งแรกสร้างเมื่อประมาณปี 2453 ครั้งที่สองอยู่ในช่วง ปี 2458 – 2470

พระสมเด็จวัดระฆังหลังค้อน

พระสมเด็จวัดระฆังหลังค้อน

ลักษณะองค์พระทั้ง 2 รุ่นมีลักษณะเหมือนกัน คือ เป็นทรงสี่เหลี่ยมผืนผ้า ขนาดกว้าง 1.3 ซ.ม. สูง 2 ซ.ม. ด้านหน้าเป็นรูปพระประทับนั่งปางสมาธิบนอาสนะบัวสองชั้นอยู่ภายในซุ้มครอบแก้ว โดยพื้นผนังด้านหลังองค์พระจะมีใบโพธิ์เป็นแบบโพธิ์เม็ดรอบเหนือพระเศียร ด้านหลังจะเรียบเนื้อโลหะที่ใช้ส่วนมากจะหนักไปทางทองเหลือง ว่ากันว่าเนื้อโลหะที่ใช้ในการสร้างมีส่วนผสมของเศษโลหะที่เหลือจากการแต่งพระพุทธชินราชจำลองที่เป็นพระประธานในอุโบสถวัดเบญจมบพิตรฯ อยู่ด้วย

 

ในการพิจารณาแยกแยะพระวัดระฆังหลังฆ้อนรุ่นแรก และรุ่นสอง ต้องใช้กระแสเนื้อโลหะเป็นหลัก เพราะพิมพ์ที่ใช้ในการสร้างเป็นพิมพ์เดียวกัน หากเป็นรุ่นแรกกระแสเนื้อจะออกเหลืองคล้ายทองดอกบวบ คือเหลืองอมเขียวเล็กน้อย ส่วนรุ่นที่สองจะออกสีทองเหลืองอ่อนๆ 

 

เรื่องพุทธคุณของวัดระฆังหลังฆ้อน ดีทางแคล้วคลาด คงกระพันนำหน้า เพราะพิสูจน์กันได้เห็นๆ ส่วนด้านเมตตามหามงคล ก็นับว่าไม่น้อยหน้าพระชนิดอื่นๆ เพราะเคยมีคนอารธนาพระวัดระฆังหลังฆ้อนขึ้นคอบูชา สร้างเนื้อสร้างตัวจนสำเร็จมาแล้ว จนเป็นที่กล่าวขานกัน นับเป็นสุดยอดพระเครื่องอีกชนิดหนึ่งที่ยังมีค่านิยมไม่แพงนักแต่พุทธคุณเกินบรรยายครับ
 


เอื้อเฟื้อภาพโดย เทพ มณเฑียร

พระเครื่องล้ำค่า ปีที่ 8 ฉบับ 85 กันยายน 2552 หน้า 27