แม็กกาซีนพระ บทความและสาระความรู้

'ขอได้ ไหว้รับ' ขออะไรก็ได้สมหวังทุกอย่าง จากศรัทธาและความศักดิ์สิทธิ์ของ ไอ้ไข่ เด็กวัดเจดีย์ นครศรีธรรมราช
19 สิงหาคม 2563    256

วัดเจดีย์

ตั้งอยู่ที่ หมู่ที่ 7 ตำบลฉลอง อำเภอสิชล จังหวัดนครศรีธรรมราช แผนที่

จากเสียงร่ำลือถึงความศักดิ์สิทธิ์ ขออะไรก็ได้สมหวังทุกอย่าง จากศรัทธาที่เชื่อกันว่า “ขอได้ไหว้รับ” โดยเฉพาะโชคลาภ และการค้าขาย ทำให้ประชาชนจากทั่วทุกสารทิศ พากันมากราบไหว้ รูปไม้แกะสลักของเด็กชายอายุประมาณ 9 -10 ขวบ ที่เชื่อกันว่ามีวิญญาณศักดิ์สิทธิ์ที่สถิตย์อยู่ ในศาลาวัดเจดีย์ อำเภอสิชล จังหวัดนครศรีธรรมราช

ไอ้ไข่เด็กวัดเจดีย์

ตลอดถนนทางเข้าวัด และภายในวัดเจดีย์ จะมีหุ่นปั้นรูปไก่ชนจำนวนมาก วางอยู่เต็มพื้นที่ศาลาวัด โดยเป็นสิ่งของที่ผู้เลื่อมใสศรัทธาเอามาแก้บน “ไอ้ไข่” นอกจากนี้ยังมีของเล่นต่างๆ เช่น ชุดทหาร หนังสติ๊ก เป็นต้น ส่วนบริเวณที่ให้จุดประทัดแก้บน ก็จะมีเศษประทัดกองสูงเป็นเนินเขาย่อมๆ บ่งบอกถึงแรงศรัทธาที่มีต่อไอ้ไข่ 

ไอ้ไข่เด็กวัดเจดีย์

สิ่งที่ทำให้ ไอ้ไข่ นั้น โด่งดังขึ้นมาก็คือ เหตุการณ์ของกองร้อยทหารพราน ที่ไปตั้งฐานปฏิบัติการชั่วคราวอยู่ที่วัดเจดีย์ ในคืนแรกที่มานั้น ทั้งกองแทบไม่ได้หลับเลย เพราะมีเด็กมาเล่นหยอก ดึงแขน ดึงขา ตลอดทั้งคืน เลยเอาเรื่องนี้มาเล่าให้ชาวบ้านฟัง บอกให้ทหารกลุ่มนี้ไหว้สักการะดวงวิญญาณไอ้ไข่ และให้เอาอาหารมาเซ่นไหว้ไอ้ไข่ด้วย หลังจากนั้นก็ไม่มีสิ่งใดมารบกวน ทหารพรานเลยเอาเรื่องนี้มาเล่าต่อให้คนภายนอกฟัง ชื่อเสียงของไอ้ไข่ก็เลยเป็นที่รู้จักกันมากขึ้นไปอีก

ไอ้ไข่เด็กวัดเจดีย์
ตามการบันทึก และคำบอกเล่า ประวัติของไอ้ไข่ คือ เห็นเด็กเปลื้องผ้าวิ่งเข้าออกในพระพุทธโบราณ นามเรียกว่า พ่อท่านเจ้าวัด จนเป็นที่เคารพนับถือของชาวบ้านละแวกวัดเจดีย์ และบนบานศาลกล่าวกันว่า พ่อท่านเจ้าวัด และ เด็กวัด (ตามด้วยเรื่องที่บนบาน หรือเรื่องที่ขอให้ช่วยเหลือ) ด้วยแต่ก่อนท้องถิ่นแห่งนี้ ประกอบอาชีพ เกษตรกรรม เลี้ยงวัว เลี้ยงควาย เมื่อวัวใครหาย ควายใครสูญ ก็จะบนบาน เด็กวัดให้ช่วยทุกคราไป

ในสมัยนั้น วัดเจดีย์ ยังคงสภาพวัดร้าง เป็นป่ารกชัน ชาวบ้านก็ได้แต่เอ่ยชื่อ ไม่ได้มีรูปเคารพ แม้แต่อย่างใด เมื่อสิ่งที่ขอหรือบนบานสำเร็จ ก็จะแก้บนด้วยธงทิว ถวายพ่อท่านเจ้าวัด ปางหนังสติ๊ก ถวายเด็กวัด

จนล่วงผ่านสมัยมาถึงยุคของ ผู้ใหญ่เที่ยง เมืองอินทร์ ฉายา เที่ยง หักเหล็ก จอมขมังเวทย์แห่งตำบลฉลอง มีวิชาโดดเด่นทางด้านการหักเหล็กด้วยมือเปล่า อีกทั้งยังมีวิชาไสยเวทย์อีกมากมาย ได้แกะรูปเคารพเป็นรูปร่างเด็กชาย ด้วยไม้ทองหลาง ไว้ให้ชาวบ้านได้กราบไว้บูชา และแก้บน ด้วยไม้ทองหลางเป็นไม้เนื้ออ่อน รูปเคารพ เด็กวัดจึงผุพังไปตามกาลเวลา ผู้ใหญ่เที่ยง ด้วยความชราภาพ ก็เว้นจากการแกะไม้รูปใหม่

ไอ้ไข่เด็กวัดเจดีย์

จนอยู่มาคืนหนึ่ง ผู้ใหญ่เที่ยง ได้ฝันไปว่ามีเด็กแก้ผ้ามาบอกในความฝัน “ช่วยแกะไม้ใหม่ให้เราหน่อย” ในความฝัน ผู้ใหญ่เที่ยง ได้ถามไปว่า “นั่นใครละที่มาบอกให้ช่วยแกะไม้ให้” เด็กแก้ผ้าตอบมาว่า “เราคือไอ้ไข่เด็กวัดเจดีย์” ผู้ใหญ่เที่ยงจึงไปนำไม้ตะเคียนคู่ (ตะเคียนขาเกียบ) บริเวณวัดพระโอน (วัดร้างใกล้บ้าน) มาแกะขึ้นรูป เป็นรูปเด็กแก้ผ้า มือขวากำหมัดยกขึ้นวางตรงหน้าอก มือซ้ายทิ้งมือแนบลำตัว เสร็จแล้วก็นำใส่รถเข็น นำมาไว้ที่วัดเจดีย์ เมื่อ พ.ศ. 2525 (เริ่มแกะ ตอนปลาย พ.ศ. 2524) และได้ปรึกษา พ่อท่านเทิ่ม (เจ้าอาวาสวัดเจดีย์ ในสมัยนั้น) ว่าน่าจะตั้งชื่อให้เด็กวัด ได้มีชื่อมีนามเรียกกัน พ่อท่านเทิ่ม จึงถามว่า จะให้ชื่ออะไรดี ผู้ใหญ่เที่ยงจึงบอกไปว่าให้เรียก ไอ้ไข่ จากนั้นเป็นต้นมา เด็กวัด ก็เปลี่ยนชื่อเรียกเป็น ไอ้ไข่เด็กวัดเจดีย์ ตราบจนปัจจุบันนี้ และได้ประกอบพิธีเรียกรูป เรียกนาม เรียกดวงจิตวิญญาณมาสถิตย์ โดยผู้ใหญ่เที่ยงในคราวเดียวกับ การปลุกเสกเหรียญ “ไอ้ไข่เด็กวัดเจดีย์” (รุ่นแรก) เมื่อ พ.ศ. 2526

ไอ้ไข่เด็กวัดเจดีย์

ตามตำนาน

ย้อนกลับไปยังสมัยกรุงศรีอยุธยาตอนปลาย หลวงพ่อทวดพระเถระผู้เปี่ยมด้วยญาณบารมี ได้เดินทางไปยังกรุงศรีอยุธยา ในการนั้นท่านได้นำพาเด็กชายผู้หนึ่ง อายุราว 9 ถึง 10 ขวบมาด้วย หมายใจให้คอยปรนนิบัติรับใช้ เมื่อเดินทางมาถึงยังฐานถิ่นวัดเจดีย์ ก็หยุดรั้งรอหมายพบเจอสหธรรมิกครั้งศึกษาพระธรรมยังเมืองนครศรีธรรมราช นามว่า ขรัวทอง ผู้เป็นสมภารวัด หมายสนทนาพาที ด้วยจิตอันเป็นไมตรีต่อกัน ดังมีหลักฐานนามถิ่น บ้านโพธิ์เสด็จ ไว้เป็นประจักษ์พยานว่ากาลหนึ่งพระโพธิญาณ (หลวงพ่อทวด) ได้เดินทางมายังธรรมสถานแห่งนี้

ด้วยญาณแห่งพระผู้มีบารมี จึงรับรู้ได้ว่าในภายภาคหน้า สถานที่แห่งนี้จะเป็นหลักสำคัญแห่งพระพุทธศาสนา จึงบอกเด็กชายผู้คอยติดตามว่า “เจ้าจงอยู่ที่นี้เถิด จะต่อเกิดผลดีศรีสดใสในภายภาคหน้านั้นต่อไป จะเป็นหลักชัยในทางธรรม” เด็กชายรับปากพระอาจารย์ แล้วตั้งสัตย์ปฎิญาณตามพระอาจารย์สั่ง หลวงพ่อทวด จึงฝากเด็กชายไว้กับ ขรัวทอง เด็กชายกลายเป็นเด็กวัดเจดีย์ คอยอยู่รับใช้สมภาร และดูแลวัดเจดีย์

ไอ้ไข่เด็กวัดเจดีย์

ดังในตำนานเมืองนครศรีธรรมราช ได้กล่าวถึง เหตุการณ์ครั้นเจ้าพระยาคืนเมืองมีท้องตรามายังเมือง “อลวง” (ต.ฉลอง ในปัจจุบัน) มีบันทึกว่า “มาถึงเมืองอลวงแวะพักหนึ่งคืน นมัสการสมภารทอง มีศิษย์เกะกะชื่อไอ้ไข่เด็กวัด แต่ถึงจะเป็นเด็กเกะกะซุกซน แต่เด็กชายก็เปี่ยมด้วยอานุภาพพิเศษ แปลกแตกต่างจากเด็กทั่วไป ชอบช่วยเหลือผู้คน หากใครมีปัญหาที่หมดปัญญาที่จะแก้ไข เป็นต้องมาออกปาก (ไหว้วาน) ทุกคราไป จึงไม่มีใครเกลียดชังถึงจะซุกซนเกเร ด้วยเป็นเด็กที่จริงจังทั้งวาจา และจิตใจ รับปากใครแล้วเป็นต้องทำให้ได้ ถึงจะเป็นอันตรายก็ตาม ว่ากันว่าควายตัวไหนพยศ หากเด็กวัดจับหางติดจะไม่ปล่อยเป็นเด็ดขาด ถึงควายจะวิ่งอย่างไร จนควายตัวนั้นต้องละพยศหมดฤทธิ์

เมื่อเวลาล่วงผ่านไป ด้วยจิตอันแสดงถึงอานุภาพพิเศษ ก็รับรู้ได้ว่าพระอาจารย์ (หลวงพ่อทวด) กำลังจะเดินทางกลับจากกรุงศรีอยุธยา ด้วยกลัวว่าหากพระอาจารย์กลับมาถึง จะนำพาตนกลับสู่ถิ่นฐานที่จากมา ด้วยคำสั่งของพระอาจารย์ที่สั่งให้เฝ้าและดูแลรักษาวัดเจดีย์ และด้วยสัจจะวาจาที่ได้ให้ไว้ เด็กชายจึงเดินลงสระน้ำภายในวัดเป็นการปลดชีวิตตัวเอง ตามภาษาทางศาสตร์ เรียก การเสด็จ หมายถึงสละร่างเหลือไว้แต่ดวงจิตวิญญาณ ไว้คอยปกปักษ์รักษาวัดเจดีย์ สืบมาจนกระทั่งถึงปัจจุบัน

 

ไอ้ไข่เด็กวัดเจดีย์