พระของขวัญ วัดปากน้ำ รุ่น1 พิมพ์10 พระสวยมีหน้ามีตา หายาก เคลือบเก่า เลี่ยมเงินจากวัดเดิม พร้อมเลี่ยมทองล้อมเพชรแท้สวยมาก

ราคา / สถานะ :
290,000
ชื่อร้าน นะพุทธคุณ
ประเภทร้าน SHOP
เบอร์โทร 0614289542
Line ID 0614289542
จำนวนผู้ชม 5,723
ดูพระทั้งหมดในร้านค้า
ข้อควรระวัง ในการเช่าพระผ่านเว็ปไซต์

ต้องตรวจสอบพระ และ ตกลงเงื่อนไขการรับประกัน ให้เรียบร้อย

หากไม่เคยติดต่อ หรือรู้จักผู้ให้เช่ามาก่อน
แนะนำให้นัดดูองค์จริง

ทางเวปเป็นสื่อกลาง ไม่มีส่วนในการเช่าพระ
กรุงเทพมหานคร 27 กันยายน 2565 14:52 PM
ชื่อพระ :

พระของขวัญ วัดปากน้ำ รุ่น1 พิมพ์10 พระสวยมีหน้ามีตา หายาก เคลือบเก่า เลี่ยมเงินจากวัดเดิม พร้อมเลี่ยมทองล้อมเพชรแท้สวยมาก


รายละเอียดพระ :

รุ่น1 พิมพ์๑๐ แบบเคลือบ สวยมีหน้ามีตา เลี่ยมเงินจากวัดเดิม คลาสสิคมาก
#อานุภาพพระของขวัญ หลวงพ่อสด วัดปากน้ำ

....พระที่หลวงปู่เดินหน บอกว่าแขวนองค์เดียวได้....

มีลูกศิษย์ถามหลวงปู่เดินหนว่า

ถ้าจะแขวนพระเครื่ององค์เดียว หลวงปู่จะให้แขวนพระองค์ไหน

หลวงปู่ตอบ พระผงของขวัญ ของหลวงพ่อสด วัดปากน้ำ

เพราะหลวงพ่อสด ท่านใช้วิชาธรรมกาย อัญเชิญพระพุทธเจ้าทั้งหลายจากแดนนิพพาน มาเสกให้

ในสมัยที่หลวงปู่ยังมีชีวิตอยู่ ท่านผลิตพระผงวัดปากน้ำหรือพระของขวัญออกมามาก 3 รุ่น รุ่นละ 84,000 องค์ เพราะพระของขวัญหลวงปู่มีความศักดิ์สิทธิ์มาก  มีชื่อเสียงถึงขนาดมีผู้คนจำนวนมหาศาล ทั้งในประเทศและต่างประเทศ  เดินทางข้ามน้ำข้ามทะเล  ไปรับพระของขวัญของหลวงปู่ที่วัดปากน้ำด้วยตัวเอง

หลวงปู่ท่านมีดำริให้สร้างพระของขวัญขึ้น เพื่อหาทุนสร้างโรงเรียนพระปริยัติธรรม ซึ่งท่านจะมอบให้กับญาติโยมที่มีกุศลศรัทธาร่วมบริจาคเงินทำบุญตั้งแต่  25  บาทขึ้นไป  เพื่อไว้เป็นเครื่องตรึกระลึกนึกถึงบุญ ซึ่งพระผงที่สร้างขึ้นนั้น เป็นรูปองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าปางประทานพร  ด้านหลังจารึกอักษรขอมว่า   “ธรรมขันธ์”   และหลวงปู่ตั้งชื่อว่า  “พระของขวัญ”

พระของขวัญนี้ เป็นพระผงที่มีส่วนผสมของดอกไม้หอมที่ใช้บูชาพระประจำเช้าเย็น  เช่น  ดอกมะลิ  ดอกบัว  เกสรดอกไม้  ซึ่ง นำมาตากแห้ง  แล้วป่นผสมกับผงแป้ง และที่สำคัญ คือ มีเส้นเกศาของหลวงปู่ผสมอยู่ด้วย  ซึ่งหลังจากผสมเสร็จแล้วก็นำมาปั้นเป็นก้อน  แล้วอัดเป็นบล็อกออกมา

พระของขวัญนี้... หลวงปู่ท่านจะมอบให้ 1 องค์  ต่อ 1 คน เท่านั้น   ไม่ว่าคนนั้นจะทำบุญมากแค่ไหน  ก็จะได้แค่องค์เดียว  และที่สำคัญยังฝากรับแทนกันไม่ได้  หรือแม้รับไปแล้วถ้าทำหายไป จะมารับใหม่ก็ไม่ได้เหมือนกัน  เพราะหลวงปู่บอกว่า  “พระของขวัญแต่ละองค์นั้น..มีเจ้าของหมดแล้ว”   ซึ่งก็หมายถึงว่า  หลวงปู่ท่านคำนวณเอากายละเอียดของผู้ที่ทำบุญกับท่านมา  ทั้งในอดีต  ปัจจุบัน  มาซ้อนในกลางพระของขวัญด้วยวิชชาธรรมกาย  แล้วเชื่อมให้ติดกัน (ซึ่งจะเข้าใจเพิ่มขึ้นก็ต่อเมื่อได้มานั่งสมาธิจนเข้าถึงพระธรรมกาย และได้ศึกษาวิชชาธรรมกาย)

การรับพระของขวัญ ต้องรับจากมือหลวงปู่ ถึงจะศักดิ์สิทธิ์ที่สุด  เพราะเวลาหลวงปู่มอบให้  ท่านจะใช้วิชชาธรรมกายบรรจุพระของขวัญซ้อนติดลงไปในศูนย์กลางกายของผู้รับด้วย  และเมื่อบรรจุแล้ว  พระนิพพานท่านก็จะซ้อนความศักดิ์สิทธิ์   ผ่านพระของขวัญซึ่งเป็นเสมือนสื่อ   ไปยังผู้เป็นเจ้าของพระของขวัญ  แล้วจะบันดาลให้ความปรารถนาของเจ้าของพระสำเร็จได้โดยง่าย

การที่พระของขวัญของหลวงปู่ศักดิ์สิทธิ์และมีอานุภาพอันไม่มีประมาณได้นั้น เป็นเพราะหลวงปู่วัดปากน้ำท่านกราบทูลพระธรรมกายของพระพุทธเจ้าทั้งหมดว่าจะผลิตของขวัญเอาไว้ให้สำหรับผู้มีบุญ  ที่ได้ทำบุญสร้างโรงเรียนพระปริยัติขึ้นมา  โดยหลวงปู่ท่านขออาราธนาพระพุทธเจ้าทุก ๆ พระองค์ ทั้งหมดเลยไม่ว่าจะมีมากน้อยขนาดไหน ทั้งที่เข้านิพพานไปแล้วตั้งแต่ดึกดำบรรพ์ หรือเข้านิพพานไปเก่า ๆ แก่ ๆ มีธาตุธรรมแก่ ๆ  กายใหญ่โตสวยงาม  มีอานุภาพมาก  มีพลังบุญ  พลังบารมีมาก โดยไม่ซ้ำธาตุ ซ้ำธรรม ไม่ซ้ำพระพุทธเจ้า คือ พอท่านอาราธนาออกมาชุดหนึ่ง ท่านก็เอาพลังบุญ  พลังบารมี  รัศมี  กำลังฤทธิ์  อำนาจ  สิทธิ  เฉียบขาด  เอาบุญศักดิ์สิทธิ์  มาทำความศักดิ์สิทธิ์ให้บังเกิดขึ้นกับพระของขวัญ  โดยทำตลอดต่อเนื่อง 24 ชั่วโมง  ตั้งแต่วันเข้าพรรษา จนถึงวันออกพรรษา

ซึ่งผู้รับพระของขวัญองค์แรก ก็คือ หลวงปู่วัดปากน้ำ โดยท่านต้องทำบุญสร้างโรงเรียนพระปริยัติก่อน  เพราะหลวงปู่ท่านถือว่า  พระของขวัญนี้เป็นของพระนิพพาน ท่านแค่เป็นผู้ควบคุมดูแลในการผลิตเท่านั้น   ดังนั้นก่อนจะรับท่านจึงร่วมทำบุญด้วยตนเอง 25 บาท แล้วรับไว้ 1 องค์ เป็นองค์ปฐม คือ เป็นองค์แรก จากนั้นพระเณรในวัดและเจ้าภาพที่ทำบุญตั้งแต่ 25 บาทขึ้นไป ก็รับเป็นองค์ต่อ ๆ ไป 

และที่สำคัญ  เมื่อมีผู้รับพระของขวัญไปแล้ว  หลวงปู่ท่านก็ยังคุมทีมงานทำวิชชาให้ทำความละเอียด  ทับทวีความศักดิ์สิทธิ์ให้เกิดขึ้นกับพระของขวัญอย่างตลอดต่อเนื่อง  ตลอดวันตลอดคืน  เพื่อให้พระของขวัญศักดิ์สิทธิ์ยิ่ง ๆ ขึ้นไป  คือ  เมื่อพระของขวัญไปอยู่กับบุคคลใดแล้ว  ก็ให้ไปบันดาลให้เขาสมความปรารถนา  ให้ไปปกปักรักษาชีวิตและทรัพย์สินของเขา  เมื่อเวลาเขาจะเดินทางไปเหนือ ล่องใต้  โดยทางรถ ทางเรือ  หรือไปด้วยยวดยานพาหนะอันใด  ก็ขอให้เขาอย่ามีเหตุเภทภัย ให้มีปาฏิหาริย์ไม่ซ้ำปาฏิหาริย์...

หลวงปู่ท่านเคยพูดว่า คนที่ได้พระของขวัญไป จะมีสมบัติติดตัวพันล้าน  ซึ่งการที่หลวงปู่ท่านเปรียบเทียบอย่างนี้  เพราะการถวายปัจจัย 25 บาท  เพื่อสร้างโรงเรียนพระปริยัติในช่วงนั้น   เป็นการทำบุญถูกเนื้อนาบุญ คือ ถูกองค์พระธรรมกายนับอสงไขยพระองค์ไม่ถ้วน เพราะได้ทำกับหลวงปู่และพวกที่เข้าถึงพระธรรมกายโดยตรง  ดังนั้นแม้จะทำบุญจำนวนน้อย  เวลาบุญส่งผลก็จะได้มาก  และแม้ทำบุญจำนวนมาก  เวลาบุญส่งผล  ก็จะได้มากยิ่ง ๆ ขึ้นไปเป็นทับทวี  เหมือนบัณฑิตในกาลก่อนที่ได้ถวายทานแด่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์เดียว  เวลาบุญส่งผลก็ทำให้เขาได้เป็นถึงพระเจ้าจักรพรรดิ มีสมบัตินับอนันต์ นับภพนับชาติไม่ถ้วนเลยทีเดียว...

แม้ว่าในบางครั้ง หลวงปู่ท่านอยากจะให้พระของขวัญแก่ ผู้ใดเป็นการส่วนตัว  ท่านก็ยังต้องให้ผู้นั้นบริจาคปัจจัยทำบุญสร้างโรงเรียนพระปริยัติให้แก่วัดเหมือนกัน เพราะท่านถือว่า ท่านผลิตพระของขวัญออกมาก็เพื่อวัด ไม่ใช่ทำเพื่อส่วนตัว ดังนั้นจึงมอบพระของขวัญให้ผู้ใดไปเปล่า ๆ ไม่ได้

ที่สำคัญหลวงปู่ยังประกาศไม่ให้ใครนำพระของขวัญออกไปแจกนอกวัด อย่างครั้งหนึ่ง สมเด็จป๋า (พระสังฆราชองค์ที่ 17) พูดกับหลวงปู่ว่า จะขอพระของขวัญจากหลวงปู่ เพื่อเอาติดตัวไปตามหัวเมืองต่าง ๆ และเมื่อใครต้องการ ก็จะให้เป็นของขวัญแก่เขา

ซึ่งหลวงปู่ก็บอกว่า  “ทำอย่างนั้นไม่ได้   พระของเรามีคุณภาพจริง  ผู้อยากได้ต้องมาเอาเอง  ถ้าเอาไปอย่างนั้น  ของดีก็กลายเป็นของเก๊  ไม่เป็นที่ตั้งแห่งความเลื่อมใส”  และหลวงปู่ยังพูดแถมท้ายอีกว่า  “อย่ากลัวเลย..แปดหมื่นสี่พันองค์  2 หน ก็ไม่พอแจก”   ซึ่งก็เป็นจริงอย่างที่หลวงปู่พูดไว้ไม่มีผิด  ทั้ง ๆ ที่ทางวัดไม่ได้ทำใบปลิวแจ้งข่าวประชาสัมพันธ์อะไรใหญ่โตเลย  แต่เมื่อคนที่รับพระของขวัญจากหลวงปู่ไปแล้ว  ได้เจออานุภาพและเรื่องราวความมหัศจรรย์อย่างเหลือเชื่อ  ก็ทำให้ข่าวความศักดิ์สิทธิ์ของพระของขวัญแพร่สะพัดกระจายออกไปอย่างรวดเร็ว   จนทำให้มีคนข้ามน้ำข้ามทะเล  เหมารถ  เหมาเรือ  แห่กันมาจากต่างจังหวัด  จากต่างประเทศ   เพื่อไปขอรับพระของขวัญกันอย่างเนืองแน่นประดุจวัดปากน้ำมีงานมหรสพ  โดยเฉพาะอย่างยิ่งในวันวิสาขบูชา มีคนเดินทางไปรับพระของขวัญมากถึง 1,500 คน  จนทำให้หลวงปู่ท่านต้องย้ายสถานที่แจกพระของขวัญไปที่อุโบสถ  โดยจัดระบบระเบียบในการมอบพระของขวัญใหม่  โดยหลวงปู่ท่านจัดให้มีพระภิกษุคอยจัดคน เข้า – ออกจากอุโบสถคนละประตู  คือ  ประตูหน้าเป็นทางเข้าไปรับพระ  และเมื่อรับแล้วให้ไปออกทางประตูหลัง และแต่ละรอบของการรับพระนั้น  หลวงปู่ท่านจะให้คนทยอยเข้ามาเต็มอุโบสถก่อน   จากนั้นท่านก็สั่งปิดประตู   ซึ่งเมื่อสาธุชนทยอยกันรับไปเรื่อย ๆ   จนคนในอุโบสถเริ่มน้อยลงแล้ว หลวงปู่ท่านจึงสั่งให้เปิดประตูรับคนเข้าไปใหม่

ในวันหนึ่ง ๆ หลวงปู่ท่านจะอธิบายให้ผู้ที่จะรับพระของขวัญได้ทราบถึงวิธีอาราธนาพระของขวัญเป็นร้อย ๆ รอบ     ซึ่งแต่ละรอบท่านยังเล่าถึงอานุภาพพระของขวัญที่มีคนรับไปแล้วได้ประสบกับตัวเองไว้ดังนี้

“บัดนี้ ท่านทั้งหลายทั้งหญิงและชายได้เสียสละเวลาให้เป็นส่วนของพระพุทธศาสนาโดยตรง  มาสมทบทุนสร้างโรงเรียนพระปริยัติ  ที่ท่านได้เสียสละโลกิยทรัพย์สร้างโรงเรียนพระปริยัติอย่างนี้   ได้ชื่อว่าทำถาวรวัตถุไว้ในพระพุทธศาสนา   เรียกว่าเป็นศาสนสมบัติให้ศาสนาแล้ว  ท่านผู้สร้างสมบัติให้ศาสนานั่นแหละ  จักเป็นเหตุที่ตั้งให้มีสมบัติไม่รู้จักสิ้นเสื่อม

เหตุนี้ ท่านทั้งหลายที่ได้เสียสละทรัพย์ลงไปแล้ว 25 บาท  30 บาท  50 บาท   ตามศรัทธาของตนที่สละลงไปนั้น   ได้ชื่อว่าทำ ผลถาวรให้แก่เจ้าของทรัพย์นั่นเอง   ซึ่งจะได้รับผลต่อไปในภายภาคหน้า ที่ฝากไว้ในพระพุทธศาสนาเช่นนี้   ไม่เสื่อมทรามนับชาติไม่ถ้วนเพราะ ท่านบริจาคของ  ท่านสละทรัพย์  จะส่งผลให้ท่านในมนุษย์ก็จะ ส่งผลของมนุษย์ให้  ในทิพย์ก็จะส่งผลที่เป็นทิพย์ให้  ในกามภพนี้จะได้สบสมบัติในภายหน้านับประมาณไม่ได้  เหตุนี้ดังนี้  ท่านทั้งหลายได้เป็นผู้อุปถัมภ์พระศาสนาเช่นนี้ ฝ่ายทางพระศาสนาที่ได้รับสมบัติของท่าน   ก็จะมีของตอบแทนแก่ท่าน คือ ของศักดิ์สิทธิ์ชนิดหนึ่ง ซึ่งเราทั้งหลายยังไม่เคยพบ เคยเห็นว่าศักดิ์สิทธิ์ขนาดนี้ อาจจะเป็นได้จริงหรือคาดคะเนไม่ถูก

#อาราธนาพระพุทธเจ้าทั้งหมดมาสร้าง
ผู้พูดนี้เองเป็นผู้อาราธนาพระพุทธเจ้าในนิพพานมีธรรมกายมากด้วยกัน  ได้ไปอาราธนาพระพุทธเจ้ามานับพระนิพพานไม่ถ้วน  นับอสงไขยก็ไม่ถ้วน  มาผลิตของขวัญนี้ให้ปรากฏขึ้นในมนุษย์ ธรรมกายในมนุษย์นี้ก็ได้เข้าสมทบด้วย  ดูแลการงานนั้น ๆ ท่านทำอย่างไร   ก็ทำไปตามท่าน  พระพุทธเจ้าท่านจัดแจงทำทั้งนั้น   ตั้งแต่วันเข้าพรรษาจนกระทั่งถึงวันออกพรรษาวินาทีหนึ่งมิได้หยุดเลย  ท่านกระทำความศักดิ์สิทธิ์ของท่าน  พอออกพรรษาแล้ว  พอได้อรุณก็สำเร็จด้วยความประสงค์ของท่านในการผลิตของขวัญ  องค์ต้นทรงรับสั่งว่า #ของศักดิ์สิทธิ์ขนาดนี้บังเกิดขึ้นเป็นครั้งแรกในโลก   แล้วก็ตรัสกับพระโอษฐ์ทีเดียว   เมื่อรับสั่งดังนี้แล้ว  เราก็คำนวณว่า  ศักดิ์สิทธิ์เพียงแค่ไหนเพียงใด คำนวณไม่ถูก

#เรื่องอภินิหารและความศักดิ์สิทธิ์ของพระของขวัญนี้   หนังสือ พิมพ์บางกอกไทม์ ปีที่ 6 สัปดาห์ที่ 280 วันจันทร์ที่ 23 พฤษภาคม พ.ศ. 2503 ได้เสนอข่าวตีพิมพ์จดหมายของ  สิบตรี  วาสนา  อาคมวัฒนะ  แห่งกรมผสมที่ 21 ที่เขียนมาจากเกาหลี ซึ่งได้เล่าถึงอานุภาพความศักดิ์สิทธิ์ของพระของขวัญที่ตนและเพื่อนอีกคนหนึ่งได้รับไปจากพระเดชพระคุณหลวงปู่ว่า

“กระสุนปืนใหญ่ของข้าศึกยิงถูกคลังกระสุน  ไฟไหม้ถังน้ำมันจนเกิดเป็นแสงอร่ามไปทั่ว  ผู้ที่พักอยู่ในที่นั้นต้องกระจัดกระจายไป ปืนและเครื่องเหล็กละลายไปกับกองไฟใหญ่นั้น  เพื่อนทหารคนหนึ่งทิ้งห่อพระไว้  ตอนสาย ๆ เพลิงค่อยสงบลงจึงรีบรุดไปยังที่นั่นกัน   ก็เห็นพระอันน่าประหลาดที่ห่อผ้าเช็ดหน้าแขวนเด่นอยู่กับเสาเหล็ก เป็นที่ประหลาดใจแก่ทหารทั้งหลายเป็นอันมาก  เพราะแม้แต่เหล็กก็ยังละลาย แต่ผ้าขาวที่ห่อพระไม่ได้ลงเลขยันต์อะไร  กับพระอีกองค์หนึ่งยังคงอยู่ในสภาพปกติ มิได้เสียหายเลย  เป็นพระเครื่องวัดปากน้ำ ภาษีเจริญ  ส่วนพระเครื่องของอาจารย์ต่าง ๆ แหลกละเอียด  อีกทั้งตนเองนั้นก็รอดตายจากสมรภูมิหลายต่อหลายครั้ง  เนื่องจากมีการยิงขนาดเผาขนกันไม่เว้นแต่ละวัน  ก็รอดมีชัยมาได้ทุกครั้ง  บางครั้งอยู่ในวิถีปืนที่ยิงมาอย่างหนัก ถ้าไม่มีโอกาสเพ่งศูนย์กลางตัว ก็เพียงภาวนาดังกล่าว  และระลึกถึงอาจารย์ คือ หลวงปู่  ก็พอแล้ว  สามารถคุ้มกันได้และพลอยคุ้มกันเพื่อนฝูงไปได้อีกด้วย”

#เปล่งรัศมีรักษาโรค
ผู้พูดก็ได้ลงมีอแจกในวันแรม ๖ คํ่า เป็นวันเกิดของผู้พูดนี้ ได้แจกของขวัญออกไป อัศจรรย์ต่างๆ ความศักดิ์สิทธิ์ของขวัญนี้ ผู้ที่ได้รับไป นางเขียว บางไผ่ เป็นผู้หญิงอายุ ๘๐ ปีกว่า ได้รับพระไปแล้วเอาไปไว้บนหลังมุ้ง พอคํ่าลงเท่านั้นเปล่งรัศมีสว่างเต็มบ้านเต็มช่อง พากันตกตะลึงเพราะไม่รู้เรื่องอะไร ทะเลิ้กทะลั้กไปถามกันพักใหญ่นานอยู่แล้วแสงนั้นก็ค่อยโทรมลงไป ก็มาสว่างรวมอยู่ที่หลังมุ้ง นางเขียวก็รู้ว่าพระของขวัญเอาไว้ที่นั้น แสงสว่างนี้ออกจากของขวัญนั้นเอง แต่เจ้าเขียวมาหาผู้พูดนี้ บอกว่า "ท่าน เมื่อคืนนี้แสงสว่างเกิดที่บ้านดิฉันพระท่านเปล่งรัศมีสว่างเชียว เดิมทีก็ไม่รู้อะไร แล้วก็มารวมอยู่ที่พระจึงรู้ว่าพระ" รูปร่างนางเขียว เมื่อวันรับพระของขวัญนั้นมีโรคภัยไข้เจ็บเป็นประจําอยู่ คืนเดียวเท่านั้น เวลามาบอกเช้าร่างกายเปล่งปลั่งไปหมด แปลกกว่าปกติเดิมทีเดียว ผิวพรรณเกลี้ยงเกลา ดูสะอาดสะอ้านผ่องใส เขารู้สึกว่าของขวัญนี้อัศจรรย์ แปลชั่วเป็นดีได้ขนาดนี้เชียวหนอ

#ปาฏิหาริย์ลอยได้
เรารู้สึกว่าศักดิ์สิทธิ์เพียงแค่นี้เลยหรือ ยังไม่ใช่เพียงเท่านี้ อีกหลายรายที่ได้รับของขวัญไป มี เด็กหญิงคนหนึ่ง อายุยังไม่ถึง ๑๓ ปี รับของขวัญไปจากวัดปากน้ำ แล้วบ้านอยู่ทาง ถนนตก พอไปถึงบ้านพระออกจากตัวไป ลอยเรื่อยไปในอากาศ ตัวก็เห็นเรื่อยไป แล้วไปเข้าบ้านนู้นเข้าไปในห้องพระ แล้วเข้าไปในที่บูชานั้น เข้าไปในครอบพระที่เขาบูชานั้น ตัวก็ตามเข้าไปจะเอาให้ได้ เขาก็ไม่ยอมให้เข้าไป เขาบอกว่าห้องพระนั้นคนอื่นมาเกี่ยวข้องไม่ได้ เขาคนเดียวเท่านั้น ไม่มีอะไรไม่ต้องเข้าไป เด็กก็จะเข้าไป เกิดเถียงกัน เด็กเมื่อไม่ให้เข้ามันก็ร้อง เขาว่าถ้าจะเข้าไปก็ต้องไปบอกมารดาเอ็งก่อน ให้ไปบอกผู้ใหญ่มาก่อน เด็กไปบอกมารดา เขาก็ให้เข้าไปเปิดดู เปิดเข้าไปในห้องพระ ก็เห็นพระของขวัญนั้นอยู่ในครอบพระจริง ๆ เจ้าของบ้านก็รับรองว่าไม่ใช่ของ ๆ เขา เขาก็ให้แก่เด็กนั้นมา นี่ก็อัศจรรย์ นึกว่าของตาย ๆ ดิน ๆ อย่างนี้แหละ ลอยไปก้ได้ น่าอัศจรรย์นัก นี่อัศจรรย์อย่างนี้

#พูดช่วยชีวิต
มีนายทหารเรือผู้หนึ่ง (เจ้าตัวต้องการสงวนนาม) เมื่อวันที่ ๒๙ ทหารเรือนัดประชุมเลี้ยงอาหารในกองสัญญาณ เมื่อเลี้ยงอาหารเสร็จแล้ว คืนนั้น พอแจกปืนเท่านั้น พระซึ่งอยู่ในหน้าอกของทหารเรือผู้นั้น เสียงบอกลั่นออกมาว่า ทิ้งปืนเสีย อย่าอยู่ นายทหารผู้นั้นคิดแต่ในใจว่า ไม่รู้จะไปทางไหน ไปทางวัดแจ้ง (วัดอรุณราชวนาราม) นายทหารผู้นั้นจึงทิ้งปืนแล้วไปทางวัดแจ้ง เขาก็ห้อมล้อมหมด เอ้ นี่เราจะต้องถูกยิงทิ้งละซี เขากั้นไว้หมด พระบอกว่า ไปซ่อนตัวในที่ลับ ๆ เสีย ดังขึ้นอีก นายทหารเรือผู้นั้นก็ซ่อนตัวอยู่ในที่ลับตามพระ พระว่าอย่างไรก็ไปอย่างนั้น สัดพักใหญ่พระก็ว่าไปทางนั้น ทางนั้น ไปเรื่อยไป ไปตามพระเรื่อย หลุดพ้นมาได้ ครั้นเขาสงบลงไป นายทหารเรือผู้นั้นก็เข้าไปรายงานตัว พอรายงานตัวผู้ใหญ่เขาก็ให้สวมลงไปที่หน้าที่ราชองครักษ์ ขาดผู้ใหญ่ไป นายทหารเรือผู้นั้นเลยเป็นใหญ่ ในหน้าที่ราชองครักษ์  ทั้งลาภทั้งยศไป ๙ วัน เขาจึงได้มาหาฉัน เมื่อครั้งก่อน ๆ เกิดเรื่องอะไร เขาเคยมาเล่าให้ฟัง เคยบอก ทีนี้ไปได้ ๙ วัน ไปทางไหนหายไป พอมาถึงเขาก็ว่า หลวงพ่อให้ผมกราบตีนสักนิดเถิด เอาตีนยื่นมาให้ผมกราบเถิด ถามว่าเป็นอย่างไรเล่า เขาก็จะกราบตีนท่าเดียว ก็ว่าเป็นอย่างไรว่าให้ฟังซิ เขาก็เล่าให้ฟังดังกล่าวแล้วทุกประการ นี่เป็นเรื่องของนายทหารเรือผู้นั้น ในเวลานี้เขาเป็นนายพลจัตวาแล้ว ดูแลอยู่ในราชองครักษ์นั้น นี่พูดได้

#พูดให้ลาภ
พูดได้ไม่ใช่คนเดียวเท่านั้น มีอีก คุณนายทองคํา พระของคุณนายทองคํานั้นก็พูดได้อีก  ถูกลอตเตอรี่รางวัลที่สอง ๔๕,๐๐๐ บาท ไม่รู้ว่าเอาสลากกินแบ่งนั้นไปไว้ที่ไหน หาไม่ได้ ค้นหาเท่าไรๆ ก็ไม่ได้เวลาก็จวนจะหมดเต็มทีแล้ว จวนจะครบกําหนดของเขา ก็นึกแด่ว่าจะทําอย่างไร เขาก็เล่าลือกันว่า วัดปากน้ำแจกของขวัญศักดิ์สิทธิ์นัก ถ้าศักดิ์สิทธิ์จริงละก็ ขอให้ได้สลากกินแบ่งที่หายไปนั้นลงมาทีเดียว สมทบทุนสร้างโรงเรียน สร้างแล้วก็ตั้งใจของเขาอย่างนั้น พอได้แล้วเขาก็กลับไป พอคํ่ามืดนานๆ สักหน่อยไปในรถมันก็ง่วง พอง่วงๆ ได้หน่อย ๆ เท่านั้น บอกแล้วดังเขาไปในหน้าอกนี้ ที่กลัดพระไว้ในกระเป๋าที่หน้าอกนั้น ดังขึ้นมาว่า สลากกินแบ่งของเอ็งมันอยู่ไนลิ้นชักของดำ ๆ ปิดอยู่ ชักลิ้นชักออกเปิดของคําขึ้นก็เห็น อยากให้ถึงบ้านเดี๋ยวนั้นทีเดียว เพื่อจะไปชักลิ้นชักดู แต่ก็ไปไม่ถึงเดี๋ยวนั้นดอก ถึงกําหนดไปถึงก็ตรงเข้าไปชักดูทีเดียว ก็เหมือนบอกไม่มีผิด ชักออกมาแล้วก็เปิดของดํา ๆ นั้นออกก็เห็นสลาก เขายังมาบอกฉันเองนี่ บอกว่าท่าน ซองใหม่เอี่ยมเชียว พอเห็นเข้าก็ดีใจ นี่ลองคิดชิว่าเขาเชื่อแค่ไหน
       
ความเชื่อของเขาจะเชื่อแค่ไหน ๑๐๐ % นั้นเต็มแน่ละ แต่ฉันให้ชื่อมันว่า มันเชื่อจนตาลาย เชื่อจนตาลายอย่างนั้น เชื่ออย่างไร พอเอาสลากมันไปเบิกเงินมาได้แล้ว ก็คิดอ่านจะถูกต่อไปใหม่อีก มันก็เอาของขวัญมาดู ก็เห็นลอตเตอรี่ที่พระของขวัญนั้นเป็นแถว ๆ นั้นเห็นไหมล่ะ? ตามันลายแล้ว มันเชื่อจนตาลาย เห็นลอตเตอรี่เป็นแถวๆ ที่พระของขวัญ แล้วไปถูกลอตเตอรี่อีก ๔ ครั้ง เถ้าแก่ที่อยู่ในบุรีรัมย์ใกล้ ๆ กันนั้น เขาเล่าลือกันว่าคุณนายทองคําถูกลอตเตอรี่มากนัก เถ้าแก่เขาคิดว่าคุณนายทองคํานี้คงจะมีของดีอะไร จงถามพอได้ความก็ขอซื้อ ขอซื้อพันสองพันเรื่อยขึ้นไป เขาก็ไม่ยอมขายให้ ตั้งถึงหมื่นสองหนี่น สองหมื่นก็ไม่ยอม เขาว่าก้าเถ้าแก่อยากได้จริง ๆ วัดปากน้ำนั้นท่านยังแจกอยู่แต่ว่าฉันท่านไม่ให้อีกแล้ว ท่านให้องค์เดียว คนหนึ่งได้องค์เดียวเท่านั้น ถ้าว่าหายหรือเป็นอย่างไรไปไม่ให้อีก ให้องค์เดียวเท่านั้น ถ้าอยากได้ก็ไปทำบุญสร้างโรงเรียนกับท่าน แล้วท่านก็จะแจกให้เอง
       
นี่เรื่องนี้ พระพูดได้แปลกประหลาดนัก ไม่น่าจะพูดได้ นิดเดียวเท่านั้น พูดดังเหลือเกิน ดังเหมือนวิทยุมาก

#รถทับรถชนไม่ตาย
ไม่ใช่แต่เราเท่านั้น รถทับ ท่านขุนคนหนึ่ง ลืมชื่อแกเสียแล้วอธิบายให้เขาฟังที่เขารับไปบอกว่า เอาไปเถิดของขวัญชิ้นนี้นั้น รถทับก็ไม่ตาย พอพูดเสร็จท่านขุนนั้นก็โผล่ขึ้น ผมนี่แหละขอรับ รถทับ แล้วก็ให้แกเล่าให้ฟังว่าทับอย่างไร รถรางทับพืดเข้าไป คนข้างนอกเห็นแล้วว่าแหลกเหลวตายแน่ กว่ามันจะเบรคได้ไปตั้งสามวา พอเบรคหยุดแกก็ออกมา แกมาเล่าไห้ฟัง แกบอกว่าพอทับเข้าไปแล้ว แล้วเข้าไปในท้องรถแล้วไปคว้าเอาเหล็กได้ดุ้นหนึ่ง กลมๆ เท่าข้อมือที่ใต้รถนั้น เกร็งตัวไว้ไม่ให้ไถไปกับดิน ไม่ถูกอะไรเลย พอรถหยุดก็ผลุดออกมา เครื่องนุ่งห่มก็ดีๆ ไม่เป็นอะไรเลย มันเป็นอย่างนี้แหละ มี รถทับไม่ตาย
     
นายเฮง หน้าวัดตรงข้ามนี่ รถมอเตอร์ไชค์ใหญ่ๆ ทับพืดเข้าไปล้มหงายท้อง ทับไปบนตัวตามยาว รถก็แล่นทับหัวหูไปอย่างนั้นแดงๆ ที่จมูกนิดหนี่ง ไม่เป็นอันตรายเลย แล้วนายเฮงก็ลุกเดินไปตามเรื่องของนายเฮง นี่อัศจรรย์อีกเหมือนกัน อัศจรรย์หลายประการ

#ถูกระเบิดที่เกาหลีรอดตายคนเดียว
   ถ้าจะเล่าเรื่องศักดิ์สทธิ์ให้ฟังสามชั่วโมงเห็นจะไม่จบ เขาเล่าให้ฟังมากมายก่ายกอง ที่ เขาเล่าในทาง เกาหลี ทหารอังกฤษ อเมริกันทหารฝรั่งเศสกําลังคุยกันอยู่ มีทหารไทยอยู่บ้าง ลูกระเบิดทําลายมันตกกลางประชุมกําลังคุยกันนั้น ปึงเดียวเท่านั้นตายหมด เหลือตายคนเดียวที่อยู่ในนั้น เหลือไทยคนเคียว นอกนั้นไม่เหลือ ตายหมด ไทยคนเดียวมีพระของขวัญอยู่ในตัว ฝรั่งให้เหรียญกล้าหาญ ใท้เหรียญกล้าหาญแก่ไทยคนนั้นยังปรากฎอยู่ นี่ความศักดิ์สิทธิ์ทั้งนั้น

#ตกต้นมะพร้าวแปดวาเฉย
ตกต้นมะพร้าวลงมา อําเภออัมพวา บางแค ราว ๆ สักเจ็ดแปดวาลงมานอนนิ่งอยู่ ประเดี๋ยวลุกขึ้นไต้ ลุกขึ้นดูโน่นดูนี่เรียบร้อยแล้วเขาบอกว่ากระบอกแตกไปใบหนึ่งกลับขึ้นไปอีก ไปทํานํ้าตาลตามหน้าที่ของเขา ไม่เป็นอะไรเลย ชาวบางแคหลามมาทีเดียว มากันเรื่อย ของศักดิ์สิทธิ์ ตกต้นมะพร้าวไม่ตาย

#บูชาเพื่อความก้าวหน้าในชีวิต
เมื่อรู้จักว่าของขวัญนี้เป็นของสำคัญขนาดไหน เริ่มต้นเมื่อเราได้รับของขวัญเป็นกรรมสิทธิ์แล้ว ขณะนั้นสมบัติติดตัวเราพันล้าน ที่เราสมทบทุนสร้างโรงเรียนปริยัติเป็น โลกียสมบัติ สิ่งนั้นจะกลับมาเป็นอริยสมบัติ ติดตัวของเขาพันล้าน พันล้านนี่แหละชาตินี้สมบัติติดตัวพันล้าน เลิกจน จะไปนอนในป่า จะตาย ก็มีคนเอาข้าวเอาน้ำไปให้กิน ไม่อดตายเด็ดขาด เมื่อรู้จักคุณของบุญกุศลสามารถเช่นนี้แล้วใหตั้งใจแน่วแน่รักษาพระของขวัญนี้ไว้ ให้ปฏิบัติตามดังกล่าวแล้วนั้นทุกประการ ให้ศักดิ์สิทธิ์ให้เห็นแจ่มจนกระทั่งเป็น พระแก้ว ละวิเศษประเสริฐนัก ถ้าแม้ว่าจะได้ผลช้า เราจะค้าขาย ชายก็จะค้าขายเอาผลในทางค้าขาย ขอพระองค์ได้ทรงโปรดข้าพระพุทธเจ้า หญิงก็หม่อมฉันเป็นแม่ค้า การค้าขายของข้าพระพุทธเจ้า ขอให้กว้างขวางเต็มประเทศไทย ล้นประเทศไทย ขอให้ซื้อง่ายขายคล่องกำไรงาม นิ่งอยู่กลางองค์พระ "สัมมา อรหัง, สัมมา อรหัง, สัมมา อรหัง" ดังขึ้นไปถึงพระนิพพานส่งผังกว้างขวางเต็มประเทศไทย ล้นประเทศไทย ซื้อง่ายขายคล่องกำไรงามเต็มตัวเรา ก่อนจะไปค้าขายทำอย่างนี้ทุกคราวไป ค้าง่ายขายคล่องสะดวก เหมือนเทน้ำเทท่า
   
ถ้ารับราชการ ชายก็ว่า ช้าพระพุทธเจ้ารับราชการ หญิงก็ว่า หม่อมฉันรับราชการ หน้าที่ราชการของพระพุทธเจ้าขอให้ราบรื่นเรียบร้อย ไม่เป็นที่สะดุดตาสะดุดใจของผู้ใหญ่ ขอได้นิยมชมชอบต่อข้าพระพุทธเจ้าให้เป็นข้าราชการชั้นตรี ชั้นโท ชั้นเอกสูงสุดในสายนี้ นิ่งอยู่กลางองค์พระ "สัมมา อรหัง, สัมมา อรหัง, สัมมา อรหัง" ดังขึ้นไปถึงพระนิพพาน ส่งผังราชการสูงสุดมาเต็มตัวเรา ทำกิจการงานด้วยเรี่ยวแรงของตน ด้วยกำลังทรัพย์ของตน ขอพระองค์ทรงโปรดข้าพระพุทธเจ้า เป็นผู้ประกอบกิจการงานดังนี้ การงานของข้าพระพุทธเจ้าที่ทำนี้ ขอให้ทำง่ายทำดายทำสะดวก ได้ผลเกินควรเกินค่า นิ่งอยู่กลางองค์พระ "สัมมา อรหัง, สัมมา อรหัง, สัมมา อรหัง" ดังขึ้นไปถึงพระนิพพาน ส่งผังเกินควรเกินค่ามาเต็มตัวเรา
       
ก่อนจะไปทํานาทําสวนทําไร่ก็ทำอย่างนี้เสมอไป ทํานาทําสวนทําไร่เป็นรวยทีเดียว

ถ้าจะเดินทางไปทางบกทางน้ำทางอากาศ ขออาราธนาพระองค์ได้ทรงโปรด ข้าพระพุทธเจ้าจําเป็นต้องไปทางบกทางน้ำทางอากาศ หม่อมฉันจําเป็นต้องไปทางบกทางน้ำทางอากาศ ขออาราธนาพระองค์ได้ทรงพระกรุณาไปดีมาดีสวัสดีมีชัย นิ่งอยู่กลางองค์พระ "สัมมา อรหัง, สัมมา อรหัง, สัมมา อรหัง" ดังขึ้นไปถึงพระนิพพาน ส่งผังไปดีมาดีมีชัยมาเต็มตัวเรา จะไปตกเรือบินก็ไปตกเถิด จะไปตกเรือยนต์กลไฟ จะแตกทลายในท่ามกลางมหาสมุทร ไม่ตาย ที่ตกเรือบินตกมาแล้ว เรือไฟแตกก็ แตกมาแล้ว กลับบ้านได้ ไม่ตายด้วยกันทั้งสองฝ่าย เป็นมาแล้วทั้งนั้นรถทับนั้นก็ทับมามากแล้ว ชนก็ชนมามากไม่เป็นอันตราย เรือล่มในน้ำว่ายน้ำไม่เป็นแท้ๆ ไม่จม แปลกประหลาดนัก มีชายคนหนึ่งอายุ ๑๙ ปี มาบอกผู้พูดนี้เอง แปลกจริง ๆ หลวงพ่อ ผมว่ายนํ้าไม่เป็น แต่ผมก็ไม่จมนํ้า คนที่ไม่จมน้ำนั้นได้ไปบอกพี่น้องให้มารับพระของขวัญอีกหลายคน

#มีแล้วไม่หมั่นบูชาหาย
บัดนี้ ของขวัญนี้ไม่ใช่เป็นของพอดีพอร้าย ของหายากนัก เราเกิดมาเป็นมนุษย์ของศักดิ์สิทธิ์ขนาดนี้ยังไม่พบ บัดนี้ เรามาพบแล้วพระพุทธเจ้าทรงรับสังว่า "ตั้งแต่มีธาตุมีธรรมมาของศักดิ์สิทธิ์ขนาดนี้เพิ่งบังเกิดขึ้นในโลก" เราจะได้รับเดี๋ยวนี้แล้ว ได้รับแล้วไปปฎิบัติไว้ให้ดี รักษาไว้ให้ดี เป็นของสําสัญนัก ถ้าแม้ว่าไปทอดทิ้งธุระไม่เอาใจใส่ไม่อยู่ด้วยก็หายไป หายเสีย หายไป ไม่อยู่ด้วยหายไปเลย ถ้าว่าอ้อนวอนหนักเข้าปฎิบัติบูชาหนักเข้า อาราธนาหนักเข้า กลับมาอยู่ด้วยอีกนี่ก็แปลกหลายคนต่อหลายคนเรื่องนี้มี หมอโสภณ เดิมบวชเป็น พระครูราชวรวิหาร อยู่วัดเบญจมบพิตร สึกออกมาเป็นหมออยู่ พอได้ของขวัญไปก็ศักดิ์สิทธิ์ดี ใช้ๆ ไปอย่างไร ไปพลั้งเพลออย่างไร หายไปเสียไม่มีแล้วมาบอกฉันเอง แล้วก็อาราธนาเข้าซิ อาราธนาเข้าให้ถูกส่วนเถิด สมัครรักใคร่ในท่าน อ้อนวอนท่านเข้า ท่านก็จะกลับอีก เขาไปทําตาม ปีนี้แหละไปฉันที่บ้านเขา เขาก็เล่าให้ฟัง เขาบอกว่า หลวงพ่อพระของกระผมทั้งพวงคอมาอยู่ที่ที่บูชานี้ ผมได้แล้วขอรับ กลับมาแล้ว นี่หมอโสภณ
    บัดนี้เราได้ของศักดิ์สิทธิ์ที่จะได้ไปรักษาชีวิตของเรา จะให้ชีวิตเรารุ่งโรจน์ในชาตินี้ จะเป็นบุญสิริของเราอย่างสำคัญในชาตินี้ ไปบูชาไว้ให้ดี ให้ได้ตามสั่งตามบอก อย่าให้เคลื่อนคลาดได้

#สู้ไม่ได้ตายเถอะ
หลวงพ่อวัดปากน้ำท่านรู้วาระจิตของคน เป็นการรู้จากความแก่อ่อนของธาตุธรรมของคนว่า บัดนี้ ถึงวาระที่จะเข้าถึงธรรมหรือยัง ท่านมีวิธีฝึกที่ชาญฉลาด

เรื่องนี้ได้ฟังมาจาก ท่านเจ้าคุณราชโมฬี รองเจ้าอาวาสวัดปากน้ำ ต่อมาเป็นเจ้าอาวาสวัดราชโอรส บัดนี้มรณภาพแล้ว เรื่องที่เกิดขึ้นนี้ ท่านเจ้าคุณอยู่ในเหตุการณ์ด้วย
   
เวลาบ่ายวันหนี่ง ขณะที่หลวงพ่อวัดปากน้ำกําลังรับแขกอยู่ตามปกติ มีแขกจริงๆ เป็นชาวอินเดียคนหนึ่งได้ยินกิตติศัพท์หลวงพ่อวัดปากน้ำก็มาหา เห็นหลวงพ่อก็เข้าไปกราบ แล้วถามว่า สติปัญญาอย่างตน ถ้าตั้งใจปฏิบัติธรรมจะมีโอกาสเข้าถึงธรรมกายไหม หลวงพ่อตอบว่ามี เพราะการที่ได้มาเจอหลวงพ่อก็แสดงว่ามีบุญเยอะแล้ว

อาบังคนนี้ไม่ใช่ธรรมดา ถ้าญาณทัสนะของหลวงพ่อวัดปากน้ำไม่แน่จริงก็คงเสียท่าแล้ว เพราะเจ้าบังถามว่าสักกี่วันถึงจะได้
       
หลวงพ่อท่านนั่งเข้าที่ แล้วตอบว่า
        "ถ้าบังนั่งวันละชั่วโมง ไม่กี่เดือนก็ได้"
        บังว่า "อะไร เป็นเดือนเชียวหรือ? พรุ่งนี้ผมจะกลับอินเดียแล้วเอาไห้ได้ธรรมะวันนี้ไม่ได้หรือ?"
        หลวงพ่อนั่งเข้าที่อีกครู่หนึ่ง แล้วลืมตาขึ้นมา
        "ได้ แต่มีข้อแม้นะ เอ็งต้องนั่งกับหลวงพ่อตรงนี้ ถ้าหลวงพ่อไม่เลิก เอ็งต้องไม่เลิก ห้ามขยับด้วย"
        "ได้" บังรับคำ
        หลวงพ่อจึงบอกให้บังไปล้างหน้าล้างตา เข้าห้องน้ำให้เรียบร้อยแล้วสอนให้นั่งสมาธิ ท่านยังยํ้าอีกว่า
      "ถ้าพ่อไม่ลุก เอ็งห้ามขยับนะ เพราะธาตุของเอ็งยังต้องบ่มอีกระยะหนึ่ง ถ้าเอ็งจะเอาวันนี้ มันต้องบ่มเป็นพิเศษด้วยวิธีเฉพาะ"
       
หลวงพ่อวัดปากน้ำสั่งให้บังนั่ง บังก็ตั้งใจนั่งจริง ๆ อยากเข้าถึงธรรม  สักราวครึ่งชั่วโมง บังลืมตา เห็นหลวงพ่อนั่งเฉย ก็หลับตาต่อสักชั่วโมงหนึ่ง บังลืมตาอีก ตานี้เหงือโชกเลย บังก็อดทน นั่งต่อ นั่งสักชั่วโมงเศษ  บังเนี้อสั่นเลย แข้งขาสั่น เพราะไม่เคยนั่งนาน บังหรี่ตาขึ้นเห็นหลวงพ่อนั่งเฉยอยู่ เจ้าบังอายุราว ๔๐ ปีกว่า เกือบ ๕๐ ปี ส่วนหลวงพ่ออายุ ๗๐ แล้ว บังคงตัดใจ เห็นท่านเฉย นั่งนิ่ง ผิวพรรณเปล่งปลั่ง หน้าตาสดใส ไม่แสดงอาการปวดเมื่อย บังจึงตัดใจ นั่งตัวสั่นต่อไปอีกราวชั่วโมงหนึ่ง คราวนี้บังตัวนิ่ง เหงือที่ไหลหลั่งก็หยุด บังคงตัดใจได้ ราว ๆ บ่าย ๓ โมงครึ่ง ผิวเจ้าบังผุดผ่องขึ้นมาเอง ทั้งที่ผิวดำ ๆ อย่างนั้นน่ะ อาการปวดเมื่อยหายไป ท่าทางที่เกรงก็กลับผ่อนคลายไปโดยอัตโนมัติ หลวงพ่อวัดปากน้ำท่านถามบังว่า 
        "เห็นความสว่างชัดไหม?"
        "ชัดมั่ง ไม่ชัดมั่ง...เดี๋ยวเห็น เดี๋ยวหาย" บังตอบ
       "ประคองนิ่งไว้กลางท้องที่ฐานที่ ๗" หลวงพ่อบอกวิธี     ขณะนั้นพวกที่นั่งอยู่ด้วยหลายคนค่อยๆ ทยอยกลับไป เหลือคนเก่าๆ ไม่กี่คน
      สักพัก เจ้าบังบอกเห็นชัดเลย หลวงพ่อจึงให้มองเข้าไปกลางดวงใสสว่างที่กลางท้อง คือดวงปฐมมรรค นั้นสักพัก เจ้าบังถาม
        "หลวงพ่อ ทําไมตัวผมมานั่งอยู่ในท้อง?"
        "เข้ากลางไป" หลวงพ่อสอนต่อ
        "ผมเห็นพระพุทธเจ้าอยู่ในท้องครับ" บังบอกถึงความก้าวหน้าไปตามลําดับของตน
        "นั่นแหละ เข้าถึง ธรรมกาย แล้ว"
       จากบ่ายโมงถึง ๔ โมงเย็น เจ้าบังเข้าถึงธรรมกาย บังกราบก้นโด่งเลย จากนั้นหลวงพ่อวัดปากน้ำถามว่าจะกลับกี่โมง ท่านจะไปส่งท่านเจ้าคุณซึ่งนั่งฟังอยู่สงลัยว่าหลวงพ่อไม่เคยไปส่งใคร ทํา ไมจึงไปส่งเจ้าบัง
        ๓-๔ เดือนต่อมา เจ้าบังมาหาหลวงพ่อวัดปากน้ำอีก มีของมาห่อหนึ่ง ก็เข้ามากราบ
        "หลวงพ่อ ผมไปอินเดียมา ขากลับเลยซื้ออของมาฝาก หลวงพ่อทายซิว่าในนี้อะไร?"
        หลวงพ่อหัวเราะหึๆ แล้วตอบว่า "ไอ้อย่างนี้หลวงพ่อชอบ แอปเปิ้ลไง"
        ปรากฎว่าคนนั่งรอบ ๆ ตื่นใจกันใหญ่ เจ้าปังถามหลวงพ่อต่อไปว่า
       "หลวงพ่อ วันที่ผมไปถึงดอนเมือง หลวงพ่อยืนอยู่ที่เชิงบันไดเครื่องบิน  พอผมไหว้หลวงพ่อเสร็จ  หลวงพ่อหายไปไหน"
        "กายมนุษย์ละเอียด ของหลวงพ่อไปส่ง ตัวหลวงพ่อไม่ได้ไปหรอก" หลวงพ่อตอบ
        "พอไปถึงอินเดีย ผมก็เห็นหลวงพ่อไปรับ" บังเล่าต่อ
        มีคนสงสัยถามว่า ทําไมบังถึงนั่งรวดเดียวได้ บังบอกว่า
        "เห็นหลวงพ่ออายุมากกว่าตั้งเยอะ เลยคิดว่าทหารออกไปรบ รู้ว่าจะต้องไปตายยังสู้ เราแค่สู้กับความเมื่อย ถ้าสู้ไม่ได้ตายเถอะ!"

รวบรวมเรียบเรียงเนื้อหาโดย เพจนะพุทธคุณ

ยางรถเอสยูวี

เราคัดสรร พระเด่น พระดี ระดับคุณภาพ มากกว่า 100,00 รายการมารวมไว้ ที่นี่!!

พระเครื่องในร้าน
พระเครื่องที่คล้ายกัน

แม็กกาซีนพระ เรารวมสาระความรู้ และ บทความเกี่ยวกับพระที่น่าสนใจ